
ต่างชาติซื้อตราสารหนี้ระยะยาว
เก็บต่อ1.1หมื่นล.คงไม่ใช่เก็งกำไรหุ้นพุ่ง19จุดตปท.ทิ้ง
เก็บต่อ1.1หมื่นล.คงไม่ใช่เก็งกำไรหุ้นพุ่ง19จุดตปท.ทิ้ง
ต่างชาติลุยซื้อตราสารหนี้ต่อเป็นวันที่สอง 1.13 หมื่นล้าน เก็บอายุกลางยาวจำนวนมาก
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อสุทธิในตราสารหนี้ไทย มูลค่าทั้งสิ้น 11,314 ล้านบาท นับเป็นการซื้อหนักๆ มาสองวันติดต่อกัน
“วันก่อนนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 12,829 ล้านบาท เพราะมีการประมูลพันธบัตรระยะสั้นของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ส่วนวานนี้ต่างชาติซื้อพันธบัตรตัวระยะกลางและยาวมากกว่า จึงคิดว่าน่าจะเป็นเม็ดเงินลงทุนจริงๆ เนื่องจากการลงทุนในพันธบัตรระยะยาวมากกว่า 1 ปี หากดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นจะขาดทุนจากราคาพันธบัตรที่ลดลง จึงไม่คุ้มหรอก หากจะเข้ามาเพียงแค่เก็งกำไร” น.ส.อริยา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต่างชาติที่เข้ามาซื้อรอบนี้ พิสูจน์ยากว่าเป็นเม็ดเงินที่อยู่ในเมืองไทยอยู่แล้ว หรือเป็นเงินที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ส่วนการซื้อตั๋วเงินระยะสั้นของ ธปท.อาจจะเป็นการโยกเงินลงทุนจากการขายหุ้นเข้ามาพักในตราสารหนี้ได้
ทั้งนี้ วันที่ 10 เม.ย. การประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปี และ 30 ปี ได้รับความสนใจจากนักลงทุนถึง 2.46 เท่า และ 2.70 เท่า ของวงเงินประมูล โดยนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจซื้อเพราะพันธบัตรอ้างอิงจะมีสภาพคล่องสูง
ด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 10 เม.ย. ดัชนีผันผวนสูงมากเกือบ 32 จุด เมื่อเปรียบเทียบจากระดับต่ำสุดของวัน ที่ระดับ 1,458.40 จุด ก่อนจะวิ่งแรงในช่วงบ่ายหนุนดัชนีปิดเกือบสูงสุดที่ 1,490.25 จุด พุ่งขึ้น 19.53 จุด หรือ 1.33% ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลาง 43,497.88 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติยังขายหนักถึง 2,074.37 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อทุกกลุ่ม
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ปรับตัวขึ้นในช่วงบ่ายตามเวลาของประเทศไทย และดัชนีหุ้นเด้งขึ้นหลังจากราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวลงแรง จึงมีแรงซื้อกลับในกลุ่มสื่อสาร พลังงาน รับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
แนวโน้มตลาดยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะความขัดแย้งจากความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล รวมถึงมาตรการของ ธปท. ในการดูแลค่าเงินบาทที่แข็งตัวมาก และเร็วจนหลุด 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อีกครั้งเมื่อวันที่ 10 เม.ย. สถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และไข้หวัดนกระบาดในหลายประเทศ
สำหรับราคาทองคำล่วงหน้าในตลาดสหรัฐพุ่งขึ้น 14.21 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ปิดที่ 1,586.7 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองในประเทศเพิ่มขึ้น 150 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 21,700 บาท และขายออก 21,800 บาท หลังจากนั้นมีขึ้นอีก 50 บาท และลดลงอีก 50 บาท ถึงสองครั้งสิ้นวัน รับซื้อ 21,650 บาท และขายออก 21,750 บาท







