
ทางหลวงแนะขึ้นเหนือ-อีสาน เลี่ยงเส้นทางรถติด
ทุกเทศกาลที่ต้องมีการเดินทางกลับต่างจังหวัด การใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมากย่อมสุ่มเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
โดย...ธนก บังผล
ทุกเทศกาลที่ต้องมีการเดินทางกลับต่างจังหวัด การใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมากย่อมสุ่มเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กางแผนที่วิเคราะห์เส้นทางให้ประชาชนเตรียมตัวกลับไปฉลองสงกรานต์ที่ภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย โดยระบุว่า ปริมาณรถจะมากในวันที่ 11 เม.ย. และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในวันที่ 12 เม.ย.นี้
พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แนะนำประชาชนที่เดินทางไปภาคอีสานว่า ปัญหาจะอยู่ที่ถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 85 ตรงสะพานข้ามคลองระพีพัฒน์ที่เป็นถนนคู่ขนานทั้งสองฝั่งเข้าออกกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้มีการทุบสะพานเพื่อขยาย ต้องเลี่ยงเส้นทางนี้ ให้ตรงไปกิโลเมตรที่ 83 จะมีทางตรง 4 เลน ประมาณ 3 กิโลเมตร หรือที่รู้จักกันว่าทางหลวงหมายเลข 1 สายเก่า เป็นบายพาสขาไปแทน
อีกทางหนึ่งให้ไปทาง จ.นครนายก ผ่าน จ.ปราจีนบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 สู่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา หรือ อ.ทับกวาง จ.สระบุรี กิโลเมตรที่ 37 เพื่อเลี่ยงรถติด
ส่วนเส้นทางภาคเหนือ ผู้ใช้รถใช้ถนนจะไปสายเอเซีย กิโลเมตรที่ 32 ผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และอ่างทอง ช่วงนี้ปริมาณรถมาก ยิ่งจาก จ.นครสวรรค์ ไปยังภาคเหนือรถเยอะทุกปี ทั้งรถทัวร์และรถยนต์ส่วนตัว
“ผมแนะนำให้ไปใช้ทางหลวงหมายเลข 309 ซึ่งขนานกับสายเอเซีย เป็นเส้นทางจาก จ.พระนครศรีอยุธยาอ่างทองสระบุรีชัยนาทและนครสวรรค์จะสะดวกกว่า ทางหลวง 309 คนไม่ค่อยใช้เพราะเคยชินกับสายเอเซีย ความจริงแล้วถนนสายนี้ดีกว่า ระยะทางก็ไม่ได้ไกลกว่า ผมสั่งการลงไปแล้วว่าจะต้องเพิ่มป้ายบอกทางให้มากขึ้นตลอดทาง เป็นป้ายเล็กๆ ไม่ต้องใหญ่มาก อาจจะกิโลเมตรละ 1 ป้าย” พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ กล่าว
นโยบายรถคันแรกก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มปริมาณรถบนถนน แต่ผู้การพงษ์สิทธิ์มองว่าไม่ได้ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้น
“ปริมาณรถที่เยอะขึ้น ความสะดวกในการใช้ทางหลวงก็จะน้อยลง แต่ไม่ต้องห่วงตำรวจทางหลวงให้บริการตลอด แต่หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกหรือต้องการความช่วยเหลือ โทรมาได้ที่สายด่วน 1193 ทันที” พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แนะนำ
นอกจากนี้แล้ว เพื่อลดอุบัติเหตุให้มีความสูญเสียน้อยที่สุด จะมีการใช้เครื่องตรวจความเมา เน้นประชาสัมพันธ์ ห้ามดื่มเหล้าบนรถในทางสาธารณะ หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท ดังนั้นขอเตือนว่าคนขับต้องมีสมาธิ ถ้าจะดื่มในรถก็ดื่มได้แต่รถต้องจอดนิ่งอยู่ที่บ้าน
“เรื่องการใช้ความเร็วก็น่าเป็นห่วง อุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะประมาท ก็ฝากเตือนไปยังคนขับรถตู้ เพราะจากสถิติรถตู้มักจะเกิดอุบัติเหตุช่วง 67 โมงเช้า สาเหตุคือหลับในพลิกคว่ำ” ผบก.ทล. กล่าว
สำหรับรถทัวร์ พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ ยืนยันว่า จะมีการสุ่มตรวจผู้ขับขี่ต้องไม่มีแอลกอฮอล์ เส้นทางสายยาวๆ ต้องให้มีคนขับ 2 คน และตำรวจทางหลวงจะมีจุดผ่อนคลายเพื่อให้คนขับลงมาพักผ่อนชั่วครู่ เปลี่ยนอิริยาบถและตื่นตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะสายเชียงใหม่และขอนแก่น
เมื่อเส้นทางเดินรถมีความพร้อม คนขับและสภาพรถยนต์ที่จะเดินทางก็ต้องพร้อมเช่นกัน ผบก.ทล. แนะนำว่า 1.คนขับต้องได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ 2.ตรวจเช็กสภาพรถ ห้ามล้อ เบรก น้ำมันเครื่อง ถ้ารถเสีย สิ่งที่ตามมาก็คือรถจะติดสะสม ดังนั้นอย่าให้รถตายกลางทาง
“สงกรานต์เรารอมาทั้งปีก็อยากให้มีความสุขกัน อย่าประมาท อย่าเร็ว อย่าดื่ม ป้ายเตือนความเร็วต่างๆ สำคัญมาก ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะวิศวกรวิจัยมาแล้วว่าตรงไหนเป็นทางโค้งทางลาดเอียง เขาออกแบบไว้แล้วเพื่อให้เหมาะสมกับความเร็ว” พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ ย้ำทิ้งท้าย







