
ชงทบทวนแผนแม่บทท่องเที่ยวถกวันนี้
หนุนรื้อมาสเตอร์แพลนท่องเที่ยว เน้นคลัสเตอร์สำคัญ และแยกกลุ่มจังหวัดหลักรอง
หนุนรื้อมาสเตอร์แพลนท่องเที่ยว เน้นคลัสเตอร์สำคัญ และแยกกลุ่มจังหวัดหลักรอง
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า วันที่ 9 เม.ย.สทท. เตรียมนำเสนอแนวคิดในที่ประชุมร่วมระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับเอกชน ให้ทบทวนแผนแม่บท (มาสเตอร์แพลน) พัฒนาการท่องเที่ยว ปี 2554-2558 ใหม่ ให้สอดคล้องสถานการณ์นักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่เข้ามามากขึ้นแต่กระจุกตัวบางพื้นที่
ทั้งนี้ เห็นว่าภาครัฐควรร่วมมือกับเอกชน จัดลำดับความสำคัญของคลัสเตอร์ท่องเที่ยว 8 คลัสเตอร์ ที่เคยแบ่งเอาไว้ เพื่อพัฒนาคลัสเตอร์ที่สำคัญที่สุดก่อน แทนที่จะพัฒนาพร้อมกันทั้งหมด จากนั้นก็ควรแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวแต่ละตลาด เพื่อวางแผนทำการตลาดใหม่ โดยเน้นทำการตลาดเสนอจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละตลาด
สำหรับคลัสเตอร์ที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ จากทั้งหมด 8 คลัสเตอร์ท่องเที่ยว ได้แก่ กลุ่มอารยธรรมล้านนาทางภาคเหนือตอนบน กลุ่มแอ็กทีฟบีชทางภาคตะวันออก กลุ่มรอยัลโคสต์ ทางหัวหินชะอำ และกลุ่มมหัศจรรย์ 2 สมุทร ทางภาคใต้ และหากคัดเลือกเป็นรายพื้นที่จากแต่ละคลัสเตอร์ที่มีความสำคัญมากที่สุดออกมา ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต ซึ่งควรเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ระบบขนส่ง มัคคุเทศก์ จำนวนรถบัส ให้เพียงพอรองรับนักท่องเที่ยวก่อนอันดับแรกๆ
ขณะที่จังหวัดอื่นๆ ในคลัสเตอร์ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ก็ควรแยกเป็นจังหวัดหลักและจังหวัดรอง โดยควรส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไปเที่ยวในจังหวัดหลักก่อนและส่งเสริมกลุ่มที่เคยมาจังหวัดหลักให้ไปจังหวัดรอง กลุ่มที่มีความสนใจเฉพาะเข้าไปเที่ยวจังหวัดที่ควรอนุรักษ์ ดูแลเป็นพิเศษ เช่นกรณีคลัสเตอร์อารยธรรมล้านนาน ก็ควรส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวไปเชียงใหม่ก่อน ตามด้วยเชียงราย
ส่วนน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ควรอนุรักษ์เป็นพิเศษ ก็ควรสงวนให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความชื่นชอบเฉพาะ ไม่ใช่เน้นโปรโมทจังหวัดรองทั้งหมด โดยไม่คำนึงว่าในพื้นที่จะมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าไปมากๆ หรือไม่
ในส่วนของกรุงเทพฯ ไม่ควรถูกจัดในกลุ่มกลุ่มท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำภาคกลาง แต่ควรแยกย่อยออกมาเป็นอีกคลัสเตอร์เฉพาะ และให้ความสำคัญกับการทำตลาดด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำตลาดกับกรุงเทพฯ มากนัก







