
ครม.เห็นชอบกรอบข้อตกลงเขตแดนไทย-เขมร 3 ฉบับ
ฟื้นสัมพันธ์เขมรรวดเร็วทันใจ ครม.เห็นชอบกรอบข้อตกลงเขตแดนไทย-กัมพูชา 3 ฉบับ
ฟื้นสัมพันธ์เขมรรวดเร็วทันใจ ครม.เห็นชอบกรอบข้อตกลงเขตแดนไทย-กัมพูชา 3 ฉบับ
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุม เห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย- กัมพูชา สมัยวิสามัญ ณ เมืองเสียมราฐ วันที่ 10-12 พ.ย. 2551 บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย- กัมพูชา ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ 3-4 ก.พ. 2552 และ 3 . บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ณ กรุงพนมเปญ วันที่ 6-7 เม.ย. 2552
นายศุภชัย กล่าวว่า เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบบันทึกการประชุมฯ ทั้ง 3 ฉบับ แล้วให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งยืนยันบันทึกการประชุมฯ ทั้ง 3 ฉบับให้ฝ่ายกัมพูชาเพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป
ทั้งนี้ ตามเอกสารกระทรวงการต่างประเทศที่รายงาน ครม. ระบุว่า โดยที่บันทึกการประชุมกรรมาธิการร่วมฯ ทั้ง 3 ฉบับ ที่ลงนามแล้ว ยังไม่มีผลใช้บังคับจนกว่าฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาจะยืนยันผ่านช่องทางการทูตว่าได้มีการดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายภายในครบถ้วนแล้ว ซึ่งในส่วนของฝ่ายไทยบันทึกการประชุมฯ ทั้ง 3 ฉบับ จะต้องได้รับยความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน กระทรวงการต่างประเทศจึงจะยืนยันให้บันทึกการประชุมฯ มีผลใช้บังคับต่อไปได้ เพื่อทั้งสองฝ่ายจะได้ดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตามแผนงานที่ได้ตกลงกันไว้ต่อไปได้
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า “ เพื่อมิให้กัมพูชาใช้ประเด็นความล่าช้าในการดำเนินการขอรับความเห็นชอบจากรัฐสภาไปเป็นข้ออ้างตอ่ไปอีกในการกล่าวโจมตีประเทศไทยว่าไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเขตแดนในกรอบทวิภาคีหรือการก้ไขปัญหาในกรอบทวิภาคีไม่มีความคืบหน้าซึ่งข้ออ้างทั้ง 2 ประการ เป็นเงื่อนไขทางกฎหมายระหว่างประเทศทีร่จะเปิดช่องให้กัมพูชามีความชอบธรรมที่จะนำเรื่องดังกล่าวเขบ้าสู่เวทีพหุภาคี การระงับข้อพิพาทในกรอบสหประชาชาติ เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทตามแนวชายแดน และเพื่อให้งานสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนมีความคืบหน้าและสามารถดำเนินการต่อไปได้
อนึ่ง ในการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง คร้งที่ 1 ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณรองนายกฯ ได้มีโอกาสหารือกับ ฮุนเซน นายกฯ กัมพูชาในการฟื้นความสัมพันธ์พร้อมกับยืนยันไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้ามาใช้พื้นที่กัมพูชาเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ ได้มีการจับมือฟื้นสัมพันธ์กับนายกฯฮุนเซน ด้วย







