
ปู ไม่ผิดปล่อยกู้ 30 ล้าน
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
โดย...ทีมข่าวการเมือง
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ จากกรณีให้บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ กู้ยืมเงินจำนวน 30 ล้านบาท
กล้านรงค์ จันทิก โฆษก ป.ป.ช. แถลงรายละเอียดดังนี้ ประเด็นที่ 1 การกู้เงินยืม 3 ครั้งรวม 30 ล้านบาท บริษัทได้กู้เงิน 3 ครั้งจริง ได้แก่ ครั้งที่ 1 วันที่ 6 ต.ค. 2549 จำนวน 20 ล้านบาท ครั้งที่ 2 วันที่ 9มี.ค. 2550 จำนวน 5 ล้านบาท และครั้งที่ 3 วันที่ 13 มี.ค.2550 จำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 ครั้งปรากฏหลักฐานการกู้ยืมจริงโดยเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน
ประเด็นที่ 2 สถานที่ออกตั๋วและรูปแบบตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ ทำขึ้นที่บริษัท ตามวันที่มีการกู้เงินกัน แม้รูปแบบของตั๋วสัญญาใช้เงินจะมีรูปแบบและเนื้อความคล้ายกันโดยแตกต่างกันตรงตัวเลขที่ตั๋วและวันที่ออกตั๋ว แต่นั่นเป็นเพียงรูปแบบของตั๋วสัญญาใช้เงินที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
ประเด็นที่ 3 เหตุที่บริษัทระบุในงบการเงินปี 2550 ว่ามีการกู้ยืมเงินในปี 2550 ทั้งที่กู้ยืมในปี 2549 เพราะพบว่างบดุลของบริษัทมีรอบระยะเวลาเริ่ม 1 พ.ค. และสิ้นสุด 30 เม.ย.ของปีถัดไป ดังนั้นการกู้เงิน 30 ล้านบาท ตั้งแต่ 6 ต.ค. 2549-13 มี.ค. 2550 ทำให้งบดุลปี 2549 สิ้นสุด ณ 30 เม.ย. 2549 จึงยังไม่ปรากฏข้อมูลการกู้ยืม และไปปรากฏในปีงบดุล 2550 ณ วันที่ 30 เม.ย. 2550 แทน
ประเด็นที่ 4 การกำหนดอัตราดอกเบี้ย แม้ในตั๋วสัญญาใช้เงินจะกำหนดดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 1 ปี แต่ในงบดุลของบริษัทกำหนดอัตรา 2.5-3.75% ต่อปีก็จริง อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดมาจากการที่บริษัทและ ยิ่งลักษณ์ ตกลงภายหลังกู้เงินว่า การกู้ครั้งแรกคิดดอกเบี้ย 2.50% ส่วนอีก 2 ครั้ง คิดในอัตราเงินฝากประจำ 1 ปี ซึ่งในปี 2550 อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.75% ทำให้งบการเงินของบริษัทต้องระบุว่ามีอัตราตั้งแต่ 2.5-3.75% ต่อปี
ประเด็นที่ 5 การชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย ปัจจุบันบริษัทยังไม่ชำระเงินต้น 30 ล้านบาท แต่ได้ชำระดอกเบี้ยให้กับ ยิ่งลักษณ์ 5 ครั้ง ในช่วงปี 2553 และ 2555 ซึ่งทุกครั้งมีหลักฐานเป็นเช็ค และสาเหตุที่เริ่มชำระดอกเบี้ยในปี 2553 ทั้งที่กู้เงินตั้งแต่ปี 2549 เพราะ อนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรส ในฐานะกรรมการบริษัท ได้ตกลงกับ ยิ่งลักษณ์ ว่าจะชำระเมื่อบริษัทมีสภาพคล่อง ซึ่งต่อมาบริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินในปี 2553







