
“ณัฐวุฒิ”โวคุยผู้บริหารเซนทรัลเวิร์ลด์แฮปปี้
ณัฐวุฒิ พร้อมเปิดราชดำริเพิ่มอำนวยความสะดวกอีกเส้นทาง ยืนยันปักหลักราชประสงค์-แยกเคลื่อนไหวกับกลุ่มผ่านฟ้า
ณัฐวุฒิ พร้อมเปิดราชดำริเพิ่มอำนวยความสะดวกอีกเส้นทาง ยืนยันปักหลักราชประสงค์-แยกเคลื่อนไหวกับกลุ่มผ่านฟ้า
ที่สี่แยกราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. แถลงว่า ตนได้หารือกับผู้ประกอบการตัวแทน ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เวิลด์ และได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า จะมีการประสานความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานบริษัทที่ทำงานอยู่ในห้างฯ จำนวนกว่า 6 พันคน โดยจะมีการจัดหน่วยรักษาความปลอดภัย ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในเรื่องเส้นทางเข้าออกให้สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ โดยจะมีการเปิดถนนราชดำริ ฝั่งบริเวณประตูน้ำ เพื่อให้สามารถเข้าออกทางด้านหลังของห้างได้ ตั้งแต่เวลา 07.00น. ในวันที่ 8 เม.ย. ในส่วนของถนนพระราม 1 ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีการเปิดเส้นทางให้สามารถเดินทางเข้าออกได้ตามปกติแล้ว ในการหารือตัวแทนของห้างฯ มีความพึงพอใจ คาดว่าหลังจากนี้จะมีตัวแทนผู้ค้าทยอยมาหาเราเพื่อขอความร่วมมือ เราจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับความสะดวกมากที่สุด
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การเคลื่อนไหววันที่ 7 เม.ย.นั้น ทางแกนนำกลุ่ม นปช.ที่เวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งมีนายสุพร อัตถาวงศ์ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายขวัญชัย ไพรพนา จะเป็นแกนนำหลักในการเคลื่อนขบวนและกำหนดเป้าหมาย ส่วนที่สี่แยกราชประสงค์นั้น เราอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมของการสลายการชุมนุม ดังนั้น เราจึงจะจะปักหลักอยู่ที่นี้ และรอฟังผลการเคลื่อนมวลชนของสะพานผ่านฟ้า หากต้องการกำลังเสริม ซึ่งหลังจากนี้มวลชนที่ผ่านฟ้าฯจะมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดสถานีพีเพิลชาแนลนั้น ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นงานหลักของรัฐบาลชุดนี้ มากกว่าการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ตนทราบว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ มีความพยายามที่จะกดดันไปยังผู้ประกอบการดาวเทียมทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ยุติการออกสัญญาณ ให้ช่องพีเพิลชอแนลจอดำทันที หากรัฐบาลชุดนี้ใช้อำนาจตัดสัญญาณพีเพิลชาแนล จะทำให้โทรทัศน์ดาวเทียมอีกว่า 10 ประเทศ ถูกตัดไปด้วย และเขาจะฟ้องรัฐบาลไทยได้ว่า ไปสร้างความเสียหายในการดำเนินธุรกิจ รัฐบาลไทยก็จะไม่ชนะคดีนี้ จะต้องต้องชดใช้ค่าเสียหายจากเงินภาษีของประชาชน หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ยืนยันจะตัดสัญญาณ ก็ขอให้ประกาศให้ชัดเจนว่าจะใช้เงินพรรคประชาธิปัตย์สู้คดี และหากรัฐบาลลงมือทำเช่นนี้ นั้นจะทำให้เกิดการต่อสู้ทางกฎหมายและมวลชนที่เข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน โดยจะมีการส่งทีมนักกฎหมายยื่นฟ้องศาลให้ดำเนินการตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ยังคงบอบช้ำไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ในประเทศ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ก็มีการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุมได้โดยการใช้แก๊สน้ำตา ตนขอบอกว่าจะทำก็ได้ แต่ต้องมีการลงลายมือชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรนั้นจะต้องมีคนรับผิดชอบ แต่ก็ไม่มีใครกล้าลงลายมือชื่อ ทุกฝ่ายต่างดึงเบรกมือไว้หมดแล้ว
เมื่อถามว่า เพราะเหตุใดจึงคิดว่านายอภิสิทธิ์ ไม่กล้าลงลายมือชื่อคำสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่านายอภิสิทธิ์ เป็นคนเห็นแก่ได้ และเกิดความเกรงกลัวว่าชะตากรรมจะเหมือนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในเหตุการณ์ 7 ตุลา และกลัวกฎแห่งกรรมว่ามันจะมีจริง
เมื่อถามว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่จะมีการหารือกับอดีตนายกฯทั้ง 4 คน โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายชวน หลีกภัย และนายบรรหาร ศิลปอาชา เพื่อช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศนั้น จะสามารถปลดล็อคได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และเห็นด้วยกับ กสม.ที่จะมีการดำเนินการเพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างสันติวิธี เราจะรับฟัง แต่จะดำเนินการตามหรือไม่นั้น ทางแกนนำจะมีการหารือกันอีกครั้ง
เมื่อถามต่อว่า การที่รัฐบาลได้มีมติขยาย พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ต่อถึงวันที่ 20 เม.ย.นั้น จะทำให้เกิดบรรยากาศการเมืองที่ไม่ดีหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนมองว่าทุกวันนี้นายอภิสิทธิ์ทำอะไรไม่ได้ นอกจากการต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และการออกแถลงข่าว เพื่อไม่ให้ประชาชนลืมหน้าเท่านั้น ขณะนี้รัฐบาลแพ้ทุกประตู หากรัฐบาลคิดจะฉวยโอกาสวันสงกรานต์ เพื่อสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้น จะทำให้คนทั่วโลกได้เห็นว่ารัฐบาลลอบกัดประชาชน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.กล่าวว่า การที่ทหารเตรียมสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 6 เม.ย.นั้น เป็นการชิงไหวชิงพริบที่ทหาร และรัฐบาลเตรียมรอจังหวะ แต่ก็เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอดเวลา นายกฯไม่ได้มาอย่างถูกต้อง ก็ต้องยอมรับความจริง อย่าดื้อรั้น มิฉะนั้นประเทศชาติจะเสียหาย ส่วนข่าวการปิดพีเพิลชาแนลนั้น มันก็มีทางเดียว คือต้องไปปิดดาวเทียมไทคม แต่ตนก็ไม่ได้กลัว เพราะถ้าปิดพีเพิลชาแนลจริง จะมีช่องอื่นได้รับผลกระทบด้วย
นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เดินทางมาที่เวทีชุมนุมเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ว่า ตนไม่ได้กังวล เพราะการชุมนุมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ขัตติยะ ส่วนการที่รัฐบาลจะให้เจ้าหน้าที่ออกหมายจับแกนนำ แกนนำก็ไม่หนักใจเพราะเป็นเรื่องเล็ก แต่การเรียกร้องประชาธิปไตยใหญ่กว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์เป็นวันที่ 5 นั้น ช่วงเช้าบรรยากาศค่อนข้างมีประชาชนร่วมบางตา และมีการดำเนินกิจกรรมบนเวทีตามปรกติโดยไม่มีเหตุอะไร







