
ปชป.ชี้แก้รธน.รายมาตราหวังรื้อใหญ่ทั้งฉบับ
ปชป. ชี้แก้รธน.รายมาตราแค่เป้าหลอก ส่วนเป้าจริงหวังเดินหน้ารื้อทั้งฉบับพร้อมกำจัดปปช.พ้นเส้นทาง เชื่อเป็นหนึ่งในกระบวนการกินรวบประเทศ
ปชป. ชี้แก้รธน.รายมาตราแค่เป้าหลอก ส่วนเป้าจริงหวังเดินหน้ารื้อทั้งฉบับพร้อมกำจัดปปช.พ้นเส้นทาง เชื่อเป็นหนึ่งในกระบวนการกินรวบประเทศ
นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)กล่าวระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ที่ผ่านมามีการกล่าวหากลุ่มที่คัดค้านเป็นการพิทักษ์และรักษามรดกของโจร แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญของโจร โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติและการมีส่วนร่วมของประชาชน
นายอภิชาต กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา68มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับวินิจฉัย ซึ่งคณะกรรรมการศึกษาหลายชุดของรัฐสภาไม่เคยเสนอให้แก้ไขในมาตรานี้เลยแม้แต่ชุดเดียว อยากถามว่าถ้าในอนาคตเกิดการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยหมวดศาลประชาชนจะไปร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบได้อย่างไร
นายอภิชาต กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันการยกเลิกระบบสว.สรรหาและให้ใช้ระบบเลือกตั้ง 200 คนเท่ากับเปิดทางให้ผู้มีอำนาจการเมืองเข้าไปครอบงำผลการเลือกตั้งได้ การทำแบบนี้ได้เท่ากับว่าสามารถควบคุมคน 200 คนได้ไม่ยาก ทั้งนี้บทบาทสว.ที่ผ่านมาประชาชนคาดหวังไว้สูงว่าต้องเป็นกลาง แต่ปรากฏว่าเกิดกรณีสว.บางคนไปมีผลประโยชน์กับฝ่ายรัฐบาลในเชิงการค้าและมีพฤติกรรมโจ่งแจ้งอยู่ข้างรัฐบาล จึงอยากเสนอว่าถ้าต้องการให้มีระบบเลือกตั้งสว.ควรลดวาระการดำรงตำแหน่งให้เหลือ 3 ปีจาก 6 ปี และลดอำนาจเหลือแค่การพิจารณากลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบทุก 3 ปีว่าสว.มีความเป็นกลางจริงหรือไม่
“การเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้งแต่ต้องคำนึงถึงการคุ้มครองเสรีภาพของประชาชนและพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน เคารพกฎหมายบ้านเมือง”นายอภิชาต กล่าว
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กระบวนการกินรวบประเทศไทยกลับมาอีกครั้ง กล่าวคือ 1.การแก้มาตรา 68 เพื่อเปิดทางการลงมติร่างแก้ไขมาตรา 291ที่ค้างรัฐสภาตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้ระบุเอาไว้ และนำไปสู่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขทั้งฉบับล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 2.มาตรา190 ถ้าแก้ไขได้สำเร็จอาจมีใครบางคนอาจไปลงนามเจรจาเรื่องแก๊สกับประเทศมาเลเซียและกัมพูชา แทนที่รัฐบาลจะออกกฎหมายลูกเพื่อกำหนดลักษณะของหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ 3.มาตรา237 ถ้าทำสำเร็จจะเกิดการโกงได้โกงเอา
“ในหลักการเรื่องไม่อยากยุบพรรคการเมืองผมเห็นด้วยแต่ปรากฏว่ายกเลิกการตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรคแปลว่าเรากำลังส่งเสริมให้โกงการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.มีการใช้งบประมาณของบางกระทรวงเป็นพันล้านบาทเพื่อทำโครงการและให้ประชาชนมาลงชื่อ การโกงถูกพัฒนาไปถึงการใช้งบประมาณประเทศและใช้เจ้าหน้าที่รัฐกันแล้ว”นายวิรัตน์ กล่าว
นายวิรัตน์ กล่าวว่า ไม่อยากให้ไปคิดแทนว่าศาลรัฐธรรมนูญมีงานมากจึงต้องแก้ให้อัยการสูงสุดเป็นผู้กลั่นกรองคำร้องก่อนไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 กรณีแบบนี้หากใครคุยกับอัยการรู้เรื่องก็เท่ากับว่าไม่ต้องมีเรื่องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ
“คนไทยทั่วไปไม่มีใครคิดแบบนี้หรอกครับนอกจากคนแบบฮิตเลอร์คิด มีไม่กี่คนที่คิดชั่วแบบนี้ ดังนั้น ไม่ควรไปคิดแทนศาลท่านว่างานท่านเยอะ การแก้รัฐธรรมนูญแก้ได้แต่ต้องเพิ่มสิทธิให้ประชาชนมากขึ้นไม่ใช่ไปลดลงเหมือนกับการตัดสิทธิของประชาชนในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ”นายวิรัตน์กล่าว
นายวิรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ การถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเสี้ยนหนามที่ขวางการฮุบประเทศไทย







