
บาทแข็งช่วยชะลอเงินเฟ้อ
พาณิชย์ชี้นำเข้าวัตถุดิบผลิตสินค้าได้ถูกลงรถเมล์รถไฟฟรีฉุดเงินเฟ้อต่ำอีก 3 เดือน
พาณิชย์ชี้นำเข้าวัตถุดิบผลิตสินค้าได้ถูกลงรถเมล์รถไฟฟรีฉุดเงินเฟ้อต่ำอีก 3 เดือน
เงินเฟ้อ มี.ค.ชะลอตัว พาณิชย์คาดต่ำไปถึงไตรมาส 2 ผลจาก “รถไฟรถเมล์” ฟรี
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน มี.ค. 2556 เท่ากับ 104.73 สูงขึ้น 2.69% เทียบกับ มี.ค. 2555 สูงขึ้นในอัตราชะลอตัวลงในรอบปีนี้ที่เงินเฟ้อขยายตัวสูงกว่า 3% และสูงขึ้น 0.07% เทียบกับ ก.พ. 2556 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) 2556 สูงขึ้น 3.09% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น 2.69% มาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 3.66% สินค้าสำคัญที่แพงขึ้น คือ เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 6.63% ผักและผลไม้ 9.01% ซึ่งไม่น่าห่วงเป็นไปตามฤดูกาล เช่น มะนาว ราคาสูงขึ้นเป็นผลละ 89 บาท และจะลดลงหลังหน้าแล้งผ่านไป
นอกจากนี้ ยังคาดว่าการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพให้ประชาชนทั้งรถเมล์ฟรี รถไฟฟรีอีก 6 เดือนจะทำให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัวสูงขึ้นไม่มาก โดยไตรมาส 2 คาดว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.1% และทั้งปีจะขยายตัวไม่เกินที่คาดการณ์ไว้ คือ 2.83.4% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบ 100120 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 28.532.5 บาท/เหรียญสหรัฐ
“อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ช่วยให้การนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตสินค้าราคาถูกลง ซึ่งเชื่อว่าเงินเฟ้อจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และการขยายตัวระดับนี้ก็สอดคล้องและเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีเสถียรภาพ” นางวัชรี กล่าว
สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศ หรือเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักสินค้ากลุ่มอาหารสดและกลุ่มพลังงาน 138 รายการ) มี.ค. 2556 เท่ากับ 102.87 สูงขึ้น 1.23% เทียบกับ มี.ค. 2555 และสูงขึ้น 0.01% เทียบกับ ก.พ. 2556 ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานไตรมาสแรกสูงขึ้น 1.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ด้านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แจ้งว่า เดือน มี.ค. มีผู้ว่างงานประมาณ 2.6 แสนคน เพิ่มขึ้น 1 หมื่นคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.7% ของกำลังแรงงานทั้งหมด หรือเพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือน ก.พ. ที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 0.6% ในจำนวนนี้แยกเป็นผู้ไม่เคยทำงานมาก่อน 8.3 หมื่นคน และเคยทำงานมาแล้ว 1.77 แสนคน
ขณะที่สถิติผู้ประกันตนที่มาขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน พบว่าลดลง 28.47% จาก 4.4 หมื่นคนในเดือน ม.ค. เหลือ 3.1 หมื่นคน ในเดือน ก.พ. แบ่งเป็นผู้ถูกเลิกจ้าง 3,835 คน และลาออก 2.8 หมื่นคน ขณะที่ความต้องการแรงงานในเดือน มี.ค. มีนายจ้างแจ้งตำแหน่งงานว่าง 5.3 หมื่นอัตรา







