
คุมสบู่อสังหาฯ
ธปท.ขอแบงก์เข้มให้กู้บ้านหลังที่สองจับตาแคมเปญสินเชื่อดอกเบี้ย 0%หวั่นผ่อนไม่ไหวกลายเป็นหนี้่เน่า
ธปท.ขอแบงก์เข้มให้กู้บ้านหลังที่สองจับตาแคมเปญสินเชื่อดอกเบี้ย 0%หวั่นผ่อนไม่ไหวกลายเป็นหนี้่เน่า
ธปท.เตรียมสกัดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ กังขาธนาคารให้กู้ซื้อบ้านดอกเบี้ย 0%
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.กำลังติดตามดูสถานการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคนที่กู้ซื้อบ้านหลังที่สองและหลังที่สาม เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาประกอบการตัดสินใจในการดำเนินนโยบาย
ทั้งนี้ การมีโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยซื้อบ้าน 0% ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่นั้น มองว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดี เพราะเห็นได้ชัดว่าธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันกันเพื่อปล่อยสินเชื่อในส่วนนี้ค่อนข้างรุนแรง และคนที่จะใช้โครงการดอกเบี้ย 0% น่าจะเป็นลูกค้าที่มีสถานะทางการเงินปานกลาง หรืออาจจะไม่ค่อยดีมาก
“คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ธปท.น่าจะมีคำตอบว่า จำเป็นต้องมีมาตรการหรือกฎเกณฑ์มากำกับดูแลเพิ่มเติมในส่วนนี้หรือไม่”นายเกริก กล่าว
นอกจากนี้ ธปท. ได้ตามดูแคมเปญการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ ที่ให้อัตราดอกเบี้ย 0% ว่า มีค่าใช้จ่ายอื่นแอบแฝงไว้หรือไม่ เช่น ค่าธรรมเนียม การทำประกันสินเชื่อ ฯลฯ เพราะเป็นไปได้ยากที่ธนาคารพาณิชย์จะปล่อยสินเชื่อบ้าน 0% โดยไม่มีรายรับกลับเข้ามาเลยในช่วงระยะเวลาที่ให้กู้ 0%
“เรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะดีกับคนซื้อบ้าน เพราะได้รับดอกเบี้ย 0% แต่ปัญหาที่เรากำลังศึกษาอยู่ตอนนี้คือ ได้รับสินเชื่อ 0% จริงหรือไม่ รวมถึงถ้าต้องการดอกเบี้ย 0% ตามโครงการหรือเคมเปญนั้นจริงๆ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการทำประกันสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรือไม่ เพราะถ้าต้องจ่าย ธปท.เห็นว่าแบงก์ควรบอกค่าใช้จ่ายที่แท้จริงที่ลูกค้าจะต้องจ่ายให้ลูกค้าผู้กู้ทราบก่อน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ยุติธรรมกับลูกค้าที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มทางอ้อม เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน 0%” นายเกริก กล่าว
นายเกริก กล่าวว่า การมีโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยซื้อบ้าน 0% ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่นั้น มองว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดี เพราะเห็นได้ชัดว่าธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันกันเพื่อปล่อยสินเชื่อในส่วนนี้ค่อนข้างรุนแรง และคนที่จะใช้โครงการดอกเบี้ย 0% คงไม่ใช่ลูกค้าที่มีฐานะการเงินดี ส่วนใหญ่น่าจะเป็นลูกค้าที่มีสถานะทางการเงินปานกลาง หรืออาจจะไม่ค่อยดีมาก ดังนั้น จึงต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ธปท.น่าจะมีคำตอบว่า จำเป็นต้องมีมาตรการ หรือกฎเกณฑ์มากำกับดูแลเพิ่มเติมในส่วนนี้หรือไม่
ทั้งนี้ การติดตามดูสถานการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ ธปท.กำลังพิจารณาที่จะเก็บข้อมูลการปล่อยสินเชื่อให้กับคนที่กู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 และหลังที่ 3 ให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อนำข้อมูลต่างๆมาประกอบการตัดสินใจในการดำเนินนโยบายของธปท.ว่าควรมีอะไรออกมาดูแลเพิ่มเติมหรือไม่
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารได้ระบุให้พนักงานขายสินเชื่อต้องชี้แจงแก่ลูกค้าถึงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดตลอดทั้งโครงการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ย 35 ปี อยู่แล้ว สำหรับการขายผลิตภัณฑ์ของธนาคารอื่นควบคู่ไปด้วยนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ในการหารายได้ของธนาคาร เนื่องจากสินเชื่อบ้านเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าธนาคารไม่ได้บังคับ การจะซื้อหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของลูกค้า
“สัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท.กับธนาคารพาณิชย์ได้หารือร่วมกัน โดย ธปท.กังวลใจและและร้องขอมายังธนาคาร อยากให้พิจารณาปล่อยกู้ลูกค้าที่ต้องการอยู่อาศัยจริง หากเป็นลูกค้าบ้านหลังที่สองหรือสาม ก็ต้องมีสภาพคล่องหรือมีความสามารถในการชำระ เนื่องจากไม่อยากให้เกิดภาวะฟองสบู่ ซึ่งธนาคารพร้อมให้ความร่วมมือ
นายวิชิต พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า แคมเปญดอกเบี้ย 0% เป็นลูกเล่นดึงความสนใจของลูกค้าเท่านั้น เชื่อว่าในท้ายที่สุดผู้กู้ไม่ได้ตัดสินใจจากการให้ 0 % เป็นหลัก แต่จะพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เปรียบเทียบอยู่ดี ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้มีนโยบายแจ้งค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ย 37 ปี ให้กับลูกค้าอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังไม่มีบังคับให้ลูกค้าต้องทำประกันเพื่อแลกกับการอนุมัติสินเชื่อด้วย
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีความเข้าใจสินเชื่อบ้านสูง เพราะก่อนจะยื่นกู้ต้องมีการศึกษามาพอสมควร ซึ่งเขารู้ว่าจะต้องเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยในระยะ 3 ปี ไม่ได้ตัดสินใจจากแคมเปญซึ่งเป็นลูกเล่นเท่านั้น” นายวิชิต
ทั้งนี้ ธนาคารมีแคมเปญดอกเบี้ย 0% นาน 612 เดือน หาก ธปท.มีมาตรการใดออกมา ธนาคารก็พร้อมปฏิบัติตาม







