
"นิพิฏฐ์"อัดแก้รธน.ลดสิทธิประชาชน
"นิพิฏฐ์" อัด แก้รัฐธรรมนูญลดสิทธิประชาชน เพิ่มสิทธินักการเมือง ปูทางแก้ทั้งฉบับ "พีรพันธุ์" หนุนแก้ 190 อุปสรรคทำสนธิสัญญา
"นิพิฏฐ์" อัด แก้รัฐธรรมนูญลดสิทธิประชาชน เพิ่มสิทธินักการเมือง ปูทางแก้ทั้งฉบับ "พีรพันธุ์" หนุนแก้ 190 อุปสรรคทำสนธิสัญญา
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะที่อ้างว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นการลดอำนาจประชาชน ไม่เป็นความจริง แต่ตรงกันข้าม เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่าง ไม่ได้เป็นการเพิ่มสิทธิให้ประชาชน แต่กลับเพิ่มสิทธิให้กับสมาชิกรัฐสภา
อย่างไรก็ตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเพียงแค่ก้อนน้ำแข็งที่พ้นน้ำขึ้นมา เพราะเป้าหมายที่แท้จริงอยู่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดประตูไปสู่การแก้ไข มาตรา 309 รวมทั้งแก้ไขมาตรา 68 เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
ทั้งนี้ ที่ผ่านในมาตรา 68 ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าประชาชนจะมีอำนาจยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้ดุลพินิจคุ้มครองสิทธิของระชาชนสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แต่รัฐสภากำลังจะตัดสิทธิของประชาชน อีกทั้งในปัจจุบัน กระบวนการยุติธรรม ผู้ใช้อำนาจอย่างตำรวจและอัยการสูงสุดไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ครวจะเป็น จนประชาชนไม่ไว้วางใจ ดังนั้นจึงเห็นว่าไม่ควรไปตัดสิทธิส่วนนี้ของประชาชน
นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการยุบพรรค แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่ กรรมการบริหารพรรคไม่ถูกลงโทษ เพราะบางพรรคมีคนที่ไม่กล้าจะมาเป็นกรรมการบริหารเพราะไม่คิดจะยับยั้งการกระทำทุจริต แต่เข้าไปอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นหากไม่ลงโทษกรรมการบริหารพรรคต่อไปก็จะมีการทุจริตมากขึ้น
ส่วนการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของ สว.นั้นส่วนตัวยังเห็นว่า สว.สรรหายังทำหน้าที่ได้ดี และการแก้รัฐธรรมนูญยังเพิ่มอำนาจให้สว.เลือกตั้งลงสมัครต่อเนื่องโดยไม่จำกัดวาระดำรงตำแหน่ง ดังนั้นหากจะแก้ไขทำไมไม่ลดวาระการดำรงตำแหน่งจาก 6 ปี เหลือ 4 ปี
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ใจจริงเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะหลายส่วนไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เมื่อไม่สามารถทำได้จึงต้องแก้ไปทีละมาตรา อย่างมาตรา 190 ที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการไปทำความตกลงระหว่างประเทศ และทำให้การดำเนินการเป็นอย่างล่าช้า
ทั้งนี้เพราะมีการระบุว่าหนังสือสัญญาใดมีบทเปลียนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือ มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศราฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงุทน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา ซึ่งไม่มีความชัดเจนว่าเรื่องไหนเข้าข่ายบ้าง และตีความกันอย่างกว้างขวาง สมควรแก้ไขให้มีความชัดเจนขึ้น
นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ในประเด็นการยุบพรรคนั้น ความเห็นของคณะกรรมาธิการของยุโรปเห็นว่า พรรคการเมืองไม่ควรถูกยุบ นอกจากจะกระทำเรื่องที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นมาตรา 237 และ 68 จึงไม่ได้สัดส่วนกันต้องการมีปรับปรุงให้เกิดความชัดเจน
นอกจากนี้ ในมาตรา 68 ที่ระบุเรื่องการให้ประชาชนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรมนูญโดยตรง นั้นยังมีมาตราอื่นที่เปิดให้ประชาชนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง หากเป็นการริดลอนสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว ดังนั้นหากเปิดให้ประชาชนยื่นเรื่องได้อาจทำให้คดีล้นศาลรัฐธรรมนูญจึงเห็นว่าควรจะแก้ไขให้มีความชัดเจน







