posttoday
อย่าไฟไหม้ฟาง

อย่าไฟไหม้ฟาง

31 มีนาคม 2556

ผลการส่งเสริมธุรกิจและขนาดกลางขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ให้สามารถส่งออกสินค้าไปขายตลาดต่างประเทศแบบไฟไหม้ฟาง

ผลการส่งเสริมธุรกิจและขนาดกลางขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ให้สามารถส่งออกสินค้าไปขายตลาดต่างประเทศแบบไฟไหม้ฟาง

ทำให้เมื่อเกิดผลกระทบการส่งออก กลุ่มเอสเอ็มอีที่ค่อนข้างเสียเปรียบในการทำธุรกิจเกือบทุกประเภทอยู่แล้ว ต้องกลับมามีปัญหาอีกครั้ง

เห็นได้จากการส่งออกเดือน ก.พ. ที่กระทรวงพาณิชย์รายงานว่าลดลง 5.83% เหลือมูลค่า 1.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อน ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบครึ่งปี ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2555 ขณะเมื่อคิดมูลค่าส่งออกในรูปเงินบาทอยู่ที่ 5.29 แสนล้านบาท ลดลง 11.32%

การส่งออกเดือน ก.พ.ที่ลดลง มาจากกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรส่งออกลดลง 13.5% เช่น ข้าวลดลง 29.9% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป 22.2% น้ำตาล 43.3% หากมองตามพื้นที่ส่งออกพบว่าตลาดหลักลด 0.9% ได้แก่ ญี่ปุ่น ลด 1.1% สหรัฐ ลด 0.9% ตลาดศักยภาพสูงลด 6.8% เช่น อาเซียน ลด 7.2% ฮ่องกง 27.8% ยกเว้นจีน เพิ่ม 3.7%

เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น กระทรวงการคลังที่แม้ปรับตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจ หรือจีดีพี เพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 5.3% เพราะการบริโภคในประเทศโต รัฐบาลอัดฉีดเข้าระบบ แต่ตัวเลขส่งออกคลังได้ปรับลดจากเดิมโต 10% เหลือเพิ่มแค่ 8-9% เพราะเศรษฐกิจโลกป่วน และค่าเงินบาทแข็งกว่าคู่แข่งส่งออก

เห็นได้ว่าปัจจัยลบดังกล่าวส่งผลกระทบค่อนข้างแรงกับกลุ่มเอสเอ็มอี ที่ส่วนใหญ่จะไม่มีเงินมากพอ หรือไม่ต้องการเพิ่มต้นทุนส่งออกด้วยการซื้อประกันความเสี่ยงค่าเงิน และที่สำคัญยังไม่แข็งแกร่งพอจะรับผลกระทบดังกล่าว เพราะที่ผ่านมารัฐจะเข้าช่วยเอสเอ็มอีส่งออกช่วงที่เกิดปัญหา พอปัญหาลดลงรัฐบาลจะหดงบพัฒนาเอสเอ็มอีส่งออกลง

ดังนั้น เมื่อการส่งออกเดือน ก.พ.ที่ลดลง กับแนวโน้มเดือนต่อไปคาดว่าจะลดลงอีก เพราะผลจากค่าเงินบาทแข็งจะส่งผลกระทบเต็มที่จากคำสั่งซื้อใหม่ที่กำลังเข้ามาในไตรมาส 2 กับ 3 ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดจึงเตรียมขออนุมัติจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.ฉะเชิงเทรา สัปดาห์นี้ เพื่อขอนำเงินต้นของกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมาใช้ดำเนินการตามแผนช่วยเอสเอ็มอีเฉพาะหน้า เพราะเดิมกฎหมายกำหนดให้นำได้แค่ดอกเบี้ยมาใช้ส่งเสริมการค้า ซึ่งดอกเบี้ยที่กองทุนได้รับมีจำนวนไม่มาก ทำให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีไม่ได้ตามแผน จึงต้องขอ ครม.อนุมัตินำเงินต้นบางส่วนของกองทุนมาใช้ดำเนินการก่อน และหากไม่เพียงพอหรือต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม จะนำมาบรรจุในงบประมาณปกติของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในปีถัดไป เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี

ปัญหาครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนอีกครั้งของรัฐเมื่อจะช่วยเอสเอ็มอีส่งออก ก็ควรช่วยให้แข็งแรงแบบยั่งยืน อย่าช่วยแบบไฟไหม้ฟาง เพราะถ้าเกิดปัญหาอีกครั้งก็ต้องตามแก้กันไม่จบเช่นนี้

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ