
นายกฯตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าไทย-นิวซีแลนด์อีก 1 เท่า
ยิ่งลักษณ์ โชว์เยือนนิวซีแลนด์ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนไทย-นิวซีแลนด์อีก 1 เท่าในปี 2020 ร่วมมือปาปัวฯพัฒนาท่องเที่ยว
ยิ่งลักษณ์ โชว์เยือนนิวซีแลนด์ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนไทย-นิวซีแลนด์อีก 1 เท่าในปี 2020 ร่วมมือปาปัวฯพัฒนาท่องเที่ยว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ว่า จากการเดินทางไปเยือนประเทศนิวซีแลนด์สัปดาห์ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยได้ลงนามข้อตกลงกับรัฐบาลนิวซีแลนด์ในหลายด้าน เช่น พลังงาน การศึกษา การท่องเที่ยว สำหรับในด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ทั้งสองประเทศได้ตั้งเป้าร่วมกันว่า ในปี ค.ศ.2020 การค้าการลงทุนระหว่างไทย-นิวซีแลนด์ จะเพิ่มขึ้นถึง 1 เท่าตัว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดูงานที่นิวซีแลนด์ว่า สิ่งที่น่าสนใจเรื่องแรกคือ การทำการเกษตร ซึ่งนิวซีแลนด์จะเน้นการดูแลสภาพแวดล้อม เพราะผู้บริโภคเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม และดูแลไม่ให้มีมลพิษ ดังนั้น สินค้าอาหารที่ไทยส่งออกมายังนิวซีแลนด์ จึงมีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ขณะที่ไทยก็ได้ศึกษาการดูแลความสด ความสะอาดของสินค้าเกษตร เพื่อนำไปปรับใช้กับสินค้าเกษตรของไทย ขณะที่สินค้าอาหารของไทย ก็จะเน้นการแปรรูป เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพของตลาด โดยได้มีข้อตกลงกับรัฐบาลนิวซีแลนด์เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือไทยในเชิงวิชาการและเทคโนโลยี ทั้งสินค้าเกษตร ประมง และปศุสัตว์ เชื่อว่า จะทำให้การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรของไทยทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ทั้งนี้ เชื่อว่าหากไทยยกระดับสินค้าของไทยให้มีคุณภาพเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม ก็จะสามารถส่งออกสินค้าไปได้มากขึ้นในหลายประเทศ และจะได้มูลค่าสูงมากขึ้นกว่าเดิม และผู้บริโภคก็พอใจที่จะจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย
ส่วนการเยือนปาปัวนิวกินี ถือว่าเป็นประเทศที่มีความต้องการสินค้าอุปโภค-อุปโภคเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นตลาดสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ด้วย โดยปาปัวฯได้ขอความร่วมมือกับไทยในการพัฒนาการท่องเที่ยวระหว่างกัน รวมทั้งขอความรู้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวจากไทยด้วย เนื่องจากปาปัวนิวกินีมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยังใหม่และบริสุทธิ์เช่นกัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงลู่ทางและโอกาสในการทำธุรกิจกับปาปัวนิวกินีว่า มีหลายด้าน ทั้งสินค้าเกษตร รวมทั้งการที่ปาปัวนิวกินีมีสิทธิทางภาษีในการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป (อียู) ด้วย ตลอดจนการทำธุรกิจด้านพลังงาน ที่ปาปัวนิวกินีเพิ่งค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจก่อสร้างที่ปาปัวนิวกินียังต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก







