
ยางแผ่นปีนี้ลดฮวบเหลือกิโลละ86.4บาท
ราคายางอาการน่าเป็นห่วง สต๊อกส่วนเกินที่สูงถึง 4.96 แสนตัน กดราคายางแผ่นเหลือ 86.41 บาทต่อกิโลกรัม
ราคายางอาการน่าเป็นห่วง สต๊อกส่วนเกินที่สูงถึง 4.96 แสนตัน กดราคายางแผ่นเหลือ 86.41 บาทต่อกิโลกรัม
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มี.ค. มีมติรับทราบการพยากรณ์ความต้องการยางแผ่นดิบที่สถาบันวิจัยยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยากรณ์ว่า ความต้องการยางแผ่นดิบตลาดกลางยางพารา ปี 2556 จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 72.80-97.43 บาทต่อกิโลกรัม หรือราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 86.41 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่ราคายางเฉลี่ยอยู่ที่ 101.90 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลง 7.87%
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยยางประเมินว่าราคายางในปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปี 2555 เนื่องจากปัญหาหน้าผาการคลังสหรัฐ วิกฤตยุโรป และจีนที่ควบคุมการขยายตัวทางเศรษฐกิจเหลือ 7% ตั้งแต่ปี 25542558 จะส่งผลให้อุปทานยางธรรมชาติส่วนเกินของทั้งโลกมีแค่ 4.96 แสนตัน
นายภักดีหาญส์ ระบุว่า ราคายางที่ลดลงจะทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจไทยคิดเป็นเงิน 5.47 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2555 ราคาซื้อขายยางจริงเฉลี่ยอยู่ที่ 93.80 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่คาดว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 96.94 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไป 1.29 หมื่นล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ เคยประกาศว่ามาตรการแทรกแซงราคายางของรัฐบาลจะทำให้ราคายางพาราขึ้นไปอยู่ที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ครม.อนุมัติการเพิ่มทุนของบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ ในส่วนของประเทศไทย 3.33 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 109.89 ล้านบาท โดยจะตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 มาใช้เพิ่มทุน
สาเหตุที่ต้องมีการเพิ่มทุนให้กับบริษัทร่วมทุนยางฯ เนื่องจาก ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2554 บริษัทมีงบคงเหลือ 82.63 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้ในการบริหารสำนักงานได้ถึงปี 2558 เท่านั้น
ขณะที่อินโดนีเซียจะเพิ่มทุนให้ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และมาเลเซียใส่เงิน 1.67 ล้านเหรียญสหรัฐ







