posttoday
โรงงานหนีน้ำแห่ซบโรจนะใหม่

โรงงานหนีน้ำแห่ซบโรจนะใหม่

22 มีนาคม 2556

จองใกล้เต็มพื้นที่เหตุขยายการผลิตเร่งป้องกันน้ำเสีย

จองใกล้เต็มพื้นที่เหตุขยายการผลิตเร่งป้องกันน้ำเสีย

โรงงานอุตสาหกรรมหนีน้ำท่วมไปโรจนะใหม่เพียบ ยอดจองแตะ 80% เร่งออกเกณฑ์ป้องกันปัญหาน้ำเสีย

หวั่นปัญหาน้ำเสีย ห่างโรงงานอุตสาหกรรมกับแม่น้ำผู้อุตสาหกรรมจ.ปราจีนประกอบการหนีน้ำท่วมแห่ตั้งโรงงานพบ ประชาชนร้องเรียนมากแม่น้ำ ลุยตรวจเข้มพื้นที่ลุยตรวจตรวจรับนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมได้เริ่มขยายฐานผลิตออกไปยังพื้นที่อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกมากขึ้น โดยความต้องการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากการจองพื้นที่ในเขตอุตสาห กรรมเปิดใหม่ เช่น บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ที่พัฒนาพื้นที่ 4,040 ไร่ เปิดจองตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ขณะนี้มียอดจองไปแล้ว 80%

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ขยายฐานการผลิตมาและประกาศแผนการลงทุนแล้ว เช่น กลุ่มฮอนด้าที่จะลงทุน 1.7 หมื่นล้านบาท กำลังการผลิตรถอีโคคาร์ 1.2 แสนคันต่อปี ซึ่งจะทำให้ยอดการผลิตรวมของฮอนด้าเพิ่มเป็น 4.2 แสนคันต่อปี จากปัจจุบัน 3 แสนคัน และไทยจะกลายเป็นฐานการผลิตของฮอนด้าใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกรองจาก สหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน ตามลำดับ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

ผู้ประกอบการที่จองพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่มีโรงงานในนิคมฯ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยทั้งหมดเป็นการขยายกิจการ ไม่ใช่ย้ายฐานการผลิต

นายณัฐพล กล่าวว่า การเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ภาคตะวันออกมากขึ้นทำให้ กรอ.ต้องเข้มงวดมากขึ้นสำหรับการให้การอนุญาตตั้งโรงงานใหม่ โดยเฉพาะโรงงานที่เกิน 5 แรงม้าขึ้นไปก็ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) โดย จ.ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ถือเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับการลงทุนในภาคตะวันออก เนื่องจากพื้นที่ จ.ระยอง และชลบุรี มีการลงทุนไปเต็มพื้นที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าในพื้นที่เป้าหมายการลงทุนยังมีปัญหาการร้องเรียนจากประชาชน เนื่องจากโรงงานได้สร้างมลพิษที่กระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม ทั้งกลิ่น ปัญหาปล่อยน้ำเสียจนกระทบต่อลำน้ำเพื่อการบริโภคและการเกษตร

เพื่อให้เห็นถึงความเข้มงวด กรอ.ตั้งทีมเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นขึ้น โดยจะเริ่มปูพรมตรวจสอบโรงงานในพื้นที่แรก คือ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จำนวน 31 โรงงาน ซึ่งจะแล้วเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์

อย่างไรก็ตาม นอกจากบริเวณใกล้แม่น้ำท่าจีนที่มีปัญหาแล้ว กรอ.ยังพบว่าพื้นที่ลุ่มแม่น้ำอื่นๆ ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน อาทิ ลุ่มน้ำบางปะกง เจ้าพระยา และท่าจีน

“ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม กำหนดระยะห่างของโรงงานอุตสาหกรรม ต้องตั้งห่างจากริมแม่น้ำไม่ต่ำกว่า 100200 เมตร ซึ่งโรงงานที่ต้องปฏิบัติตามคือโรงงานที่มีความเสี่ยงปล่อยน้ำเสีย หากไม่ใช่โรงงานที่ปล่อยน้ำเสียไม่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ประกาศอยู่ระหว่างเตรียมเสนอนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม อนุมัติ” นายณัฐพล กล่าว

ด้านนายพูลศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด กล่าวสอดคล้องกันว่า ขณะมีการทั้งขยายฐานและย้ายฐานการผลิตออกมาสู่พื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งบริษัทฯ ก็ได้ประโยชน์จากทิศทางดังกล่าว โดยมีหลายโรงงานที่ย้ายฐานการผลิตมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเช่น กลุ่มโตชิบา ทำให้ปัจจุบันพื้นที่ในสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค เหลือพื้นที่ขาย 3,000 ไร่ จากทั้งหมด 1.2 หมื่นไร่

“ปัจจุบันอุตสาหกรรมที่ย้ายเข้ามาเป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ โดยกลุ่มนี้เป็นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแต่ไม่ได้มีการย้ายไปประเทศเพื่อนบ้าน มีเพียงกลุ่มที่ใช้แรงงานสูงเท่านั้นที่ย้ายออกไป” นายพูลศักดิ์ กล่าว

นายณัฐพล กล่าวว่า ในการลงตรวจสอบพื้นที่ตัวอย่างล่าสุด 2 แห่ง ในสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค คือ บริษัท ซันไชน์ ไบโอเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ประกอบการผลิตกรดซิติก หรือกรดมะนาว ส่งออกประเทศจีน พบว่ามีปัญหาด้านกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ซึ่งได้สั่งการด่วนให้เจ้าของโรงงานซึ่งเป็นชาวจีนเร่งปรับปรุงตามพ.ร.บ.โรงงาน มาตรา37 ภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ หากดำเนินการไม่เรียบร้อยจะสั่งหยุดในส่วนที่เป็นปัญหาทันทีตามมาตรา 39 และ

พื้นที่ 2 ลาน กองถ่านหินเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าของบริษัท เนชั่นแนลเพาเวอร์ซัพพลาย จำกัด หรือเอ็นพีเอส บริษัทในเครือ 304 อินดัสเตรียล โดยปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียนคือ ฝุ่นควันจากกองถ่านหิน ซึ่งในกรณีนี้ก้อำนาจตามมาตร 37 โดยระยะสั้นจะนำผ้าใบมาคลุมกองถ่านหินเพื่อป้องกันฝุ่นละออง ติดตั้งตาข่ายกรองแสง(สแลน)ล้อมรอบรั้วเพื่อดักฝุ่นจากถ่านหินลอยออกไปบริเวณบ้านเรือนประชาชน กำหนดเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ และระยะยาวจะติดตั้งแผงกั้นถาวรกันฝุ่นพร้อมปลูกต้นไม้รอบพื้นที่ กำหนดเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน