posttoday
จับตาบอนด์สั้น

จับตาบอนด์สั้น

22 มีนาคม 2556

คลังแบงก์ชาติขยับร่วมมือแก้บาทคาดไม่ดึงเบรกแรงหวั่นกระทบหุ้นกิตติรัตน์ลั่นรับรองแข็งไม่ถึง 27-28

คลังแบงก์ชาติขยับร่วมมือแก้บาทคาดไม่ดึงเบรกแรงหวั่นกระทบหุ้นกิตติรัตน์ลั่นรับรองแข็งไม่ถึง 27-28

จับตา ธปท.ออกมาตรการแก้ไขเงินบาทแข็งค่าในเร็วๆ นี้ หลังโดนถล่มค่าเงินไม่หยุด

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มหารือใกล้ชิดมากขึ้นถึงสถานการณ์ค่าเงินบาท หลังจาก ธปท.เข้าแทรกแซงค่าเงินผ่านตลาดซื้อคืนพันธบัตร ค่าเงินบาทเริ่มทรงตัว โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวที่ 29.21-29.23 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าที่เงินบาทปิดที่ 29.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ธปท.ไม่สามารถแทรกแซงค่าบาทได้ตลอด เพราะยิ่งทำนานก็จะขาดทุนมาก ดังนั้น ในเร็วๆ นี้ ธปท.จะต้องมีมาตรการออกมา ซึ่งตรวจสอบจากหลายฝ่ายแล้วคาดการณ์กันว่าน่าจะเป็นการเลือกดำเนินการผ่านตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับตลาดหุ้นและตลาดเงิน รวมทั้งไม่ใช้มาตรการรุนแรงอย่างการสำรองเงินสดเงินไหลเข้าต่ำกว่า 1 ปีที่เคยทำ เพราะจะกระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ออกมาตรการชั่วคราวออกมาดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จะใช้มาตรการปกติเท่านั้น

“ค่าเงินบาทจะไม่แข็งค่าไปจนถึง 27-28 บาทต่อเหรียญสหรัฐแน่ เพราะจะกระทบการส่งออก การจ้างงาน ระบบเศรษฐกิจก็จะต้องมีการปรับตัวเองเพื่อแก้ไขปัญหา” นายกิตติรัตน์ กล่าว สำหรับมาตรการที่จะใช้ดูแลค่าเงินบาทในขณะนี้ จะมีในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ใช้นโยอัตราดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ที่ 2.75% ซึ่งรัฐบาลเห็นว่ายังสูงเกินไปควรลดให้ต่ำกว่านี้

นอกจากนี้ ธปท. ยังมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำเงินไปลงทุนนอกประเทศมากขึ้น และในอนาคตก็ยังสามารถใช้มาตรการควบคุมสินเชื่อของสภาบันการเงินที่ใช้ไปเก็งกำไรได้เพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

สำหรับรัฐบาลก็มีมาตรการดูแลค่าบาท ทั้งในเรื่องมาตรการภาษีที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำเข้าเครื่องจักรมากขึ้น มีการเร่งชำระหนี้คืนก่อนกำหนด และยังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะมีการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบอีกมาก

"รัฐบาลจะไม่มีการออกมาตรการแปลกออกมาดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมา ธปท. เคยออกมาตรการสำรองเงินสด 30% สำหรับเงินทุนที่ไหลเข้ามา และทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น และยังกังวลว่าอาจจะมีการออกมาตรการในลักษณะนั้นอยู่" นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทจะไม่แข็๋งค่าไปจนถึง 2728 บาทต่อเหรียญสหรัฐอย่างแน่นอน เพราะหากแข็ง ไปมากขนาดนั้น จะกระทบการส่งออก และการจ้างงานของไทย ขณะเดียวกันก็จะมีเร่งการนำเข้า ทำให้เกิดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ระบบเศรษฐกิจก็จะต้องมีการปรับตัวเองเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ต้องการให้มีปัญหาไปถึงจุดนั้น

"ไทยยังต้องพึ่งการส่งออก เพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ แม้ว่าจะไม่มากเหมือนที่ผ่านมา รัฐบาลจึงต้องการให้ค่าเงินบาทอ่อนกว่านี้ และอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่านี้" นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่า 2-3 วันที่ผ่านมานี้ มองว่าเป็นเงินที่ไหลเข้ามาทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ได้หวังผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ย หากเป็นภาวะปกติที่เงินทุนไหลเข้า การตัดสินใจของนักลงทุนส่วนหนึ่งดอกเบี้ยจะมีผล

“เห็นชัดว่าเงินบาทที่เข้ามาช่วงนี้เป็นการเข้ามาทำกำไร ไม่ได้ตั้งใจเอาผลตอบแทนจากดอกเบี้ย เป็นการทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเดียว” นายเชาว์ กล่าวน.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทเสี่ยงที่จะแข็งค่าต่อเนื่อง ทางการมีทางเลือกจำกัด ถ้าประคองเงินบาทด้วยการซื้อเงินเหรียญสหรัฐก็จะทำให้เงินเหรียญสหรัฐเยอะมาก

น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ได้ปรับประมาณการค่าเงินบาทอาจแข็งค่าไปสู่ระดับ 28.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐในปลายปีนี้ และคณะกรรมการการเงินในเดือน เม.ย.นี้ จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75%ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เป็นห่วงว่าเงินบาทที่แข็งค่าทุก 1% จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกประมาณ 0.61.1% และกระทบต่อจีดีพี 0.10.3% แต่ปีนี้ยังคงคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 4.8% และการส่งออกเติบโต 10% ทางออกคือผู้ประกอบการควรหันลงทุนในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยยังมีอัตราการลงทุนในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านต่ำกว่าประเทศอื่น

นายเชาว์ กล่าวว่า การใช้นโยบายทางด้านภาษีเพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้านั้น ต้องใช้เมื่อถึงคราวจำเป็นจริง ๆ และถือเป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง แต่ทุกมาตรการมีข้อดีและข้อเสีย เชื่อว่าขณะนี้คลังและธปท.ได้มีการหารือกันอยู่ตลอด

นายเชาว์ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในรอบที่จะถึงนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.75%

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว