posttoday
ลุยแก้รธน.เพื่อไทยกินสามเด้ง

ลุยแก้รธน.เพื่อไทยกินสามเด้ง

22 มีนาคม 2556

เปิดเกมรุกลุยแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราระลอกนี้ รัฐบาลเพื่อไทยวางเกมเหนือชั้น กิน 3 ต่อ พร้อมกระโดดเข้าฮอสได้ประโยชน์ทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

เปิดเกมรุกลุยแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราระลอกนี้ รัฐบาลเพื่อไทยวางเกมเหนือชั้น กิน 3 ต่อ พร้อมกระโดดเข้าฮอสได้ประโยชน์ทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว

แน่นอนว่ายุทธศาสตร์ผูกมิตรกับ สว.สายเลือกตั้งของเพื่อไทย เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ แก้ไขในรายละเอียด 10 มาตรา ยกเลิก 2 มาตรา ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณผนึกกำลังครั้งสำคัญกับภารกิจที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันผลักดันในเวทีรัฐสภานับจากนี้

เป้าหมายแรกของรัฐบาลเพื่อไทยยังอยู่ที่ พ.ร.บ. 2.2 ล้านล้านบาท หรือร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม. และจ่อคิวรอเข้าสู่การพิจารณาของสภาสัปดาห์หน้า

ด้วยงบประมาณก้อนมโหฬารที่จะนำไปใช้ในเมกะโปรเจกต์ ที่วางแผนไว้เสร็จสรรพที่นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบได้อย่างเห็นผลแล้วผลงานที่จะออกมาแบบจับต้องได้ย่อมแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนนิยมย้อนกลับมาหารัฐบาลเพื่อไทยแบบถล่มทลาย

แต่ทว่าหนทางสู่จุดหมายกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังรุมถล่มการกู้เงินครั้งนี้ว่าจะทำให้คนไทยต้องแบกรับหนี้ก้อนโตนี้กันไปอีก 50 ปี และยังจะทำให้หนี้สาธารณะพุ่งเกินเพดานในวันที่เสถียรภาพเศรษฐกิจโลกยังไม่แน่ไม่นอน

ที่สำคัญกระบวนการที่เลี่ยงการตรวจสอบในระบบงบประมาณปกติ ยังเป็นที่เคลือบแคลงของสังคม เมื่อแผลเก่าจากเมื่อครั้งเบิกจ่ายงบประมาณน้ำท่วมที่ยังมีเรื่องค้างคาอยู่ในมือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยิ่งทำให้แรงเสียดทานยิ่งเพิ่มขึ้น รวมถึงการที่มี สว.ออกมาขู่ว่าจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

นั่นยิ่งต้องทำให้รัฐบาลเพื่อไทยต้องแสวงหาแนวร่วมจากฝั่ง สว. โดยเฉพาะสายเลือกตั้ง เดินหน้าฝ่าแรงเสียดทานผลักดันร่างกฎหมายนี้ไปจนถึงฝั่งฝัน

การผนึกกำลังร่วมกันเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญ จึงเหมือนเป็นสัญญาใจที่จะร่วมหัวจมท้ายกัน ทั้งในวาระ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องไปจนถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เป้าที่สอง อยู่ที่การดึง สว.เลือกตั้งมาเป็นขุมกำลังเดินหน้าลุยงานในรัฐสภา เมื่อบทเรียนจากช่วงที่ผ่านมา กลุ่ม 40 สว. รวมไปถึงฝั่ง สว.สรรหาส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคที่ทำให้การผลักดันเรื่องร้อนของรัฐบาลไปไม่ถึงจุดหมาย

การจะหวังแค่ 50-60 เสียงจาก สว.เลือกตั้งที่เทใจมาทางรัฐบาล ก็ยังไม่อาจทำให้รัฐบาลนิ่งนอนใจได้ หากหวังจะบริหารงานแบบไร้รอยต่อในระยะยาว

การแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรารอบนี้ จึงไม่แปลกที่จะเห็นการเสนอแก้ไขที่มาของ สว. ให้เป็น สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง 200 คน และค่อยๆ ปล่อยให้ สว.สรรหา ซึ่งถือเป็นไม้เบื่อไม้เมาของรัฐบาลค่อยๆ หมดวาระไปในที่สุด โดยไม่มีการสรรหาขึ้นใหม่

หากแก้ไขออกมาในรูปแบบเช่นนี้จริง ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงที่แต่ละพรรคการเมืองจะต้องส่งคนของตัวเองไปลงสนามชิงเก้าอี้ สว. และหากเทียบเคียงจากผลเลือกตั้งสนามใหญ่ที่ผ่านมา ฝั่งเพื่อไทยย่อมกวาดเก้าอี้เสียงข้างมากในสภาสูงไปโดยปริยาย

นั่นจะทำให้เสียงทั้งสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภา ถูกกำหนดทิศทางด้วยเสียงข้างมากแบบไร้รอยต่อ ยากจะทัดทาน

เป้าที่สาม อยู่ที่กลไกการตรวจสอบลิดรอนอำนาจของ สส. และพรรคการเมือง เริ่มตั้งแต่การแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ปิดช่องยกเลิก ยุบพรรคการเมือง ปล่อยให้เป็นความผิดเฉพาะตัวกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น

รวมไปถึงแก้ไขมาตรา 68 ตีกรอบให้ช่องทางเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่าการกระทำใดเป็นการล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย จำเป็นจะต้องทำผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น ย่อมทำให้ช่องทางที่จะเสนอเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญนี้เป็นไปได้ยากขึ้น

ที่สำคัญ กลไกกระบวนการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะต้องมาตัดสินชี้ขาดด้วยเสียงของ สว.นั้น การเข้าไปวางขุมกำลังใน สว. ย่อมทำให้ช่องทางตรวจสอบนี้ยากที่จะฝากความหวังให้เอาผิดพรรคพวกเดียวกันได้

การขยับแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรารอบนี้จึงเต็มไปด้วยเงื่อนงำที่ซุ่มซ่อนรายละเอียดไว้หลายชั้น และไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อฝ่ายต่อต้านเริ่มประกาศตัวคัดค้านเต็มรูปแบบ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน