posttoday
ตระกูลส.

ตระกูลส.

18 มีนาคม 2556

นับแต่อดีตมีหลากหลายภารกิจที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ไม่สามารถดำเนินให้สำเร็จลุล่วง เนื่องด้วยติดขัดในเงื่อนไขที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง อาทิ การอยู่ในระบบราชการ ทำให้การขับเคลื่อนเชื่องช้าและการมีฝ่ายการเมืองครองอำนาจ ทำให้นโยบายถูกตั้งเพื่อผลทางการเมือง ทำให้ความเป็นอิสระในการทำงานเท่ากับศูนย์

นับแต่อดีตมีหลากหลายภารกิจที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ไม่สามารถดำเนินให้สำเร็จลุล่วง เนื่องด้วยติดขัดในเงื่อนไขที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง อาทิ การอยู่ในระบบราชการ ทำให้การขับเคลื่อนเชื่องช้าและการมีฝ่ายการเมืองครองอำนาจ ทำให้นโยบายถูกตั้งเพื่อผลทางการเมือง ทำให้ความเป็นอิสระในการทำงานเท่ากับศูนย์

นำมาสู่การกำเนิดองค์กรอิสระด้านสุขภาพเพื่ออุดช่องโหว่ให้ สธ.คุ้นชินกันภายใต้ชื่อเรียก “ตระกูล ส.” ได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) รวม 6 องค์กร โดย 5 องค์กรแรก กำเนิดขึ้นโดยมีกฎหมายเป็นของตัวเอง มีเพียง สรพ.เท่านั้นที่เป็นองค์การมหาชน ตั้งขึ้นโดยอำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.)

สิ่งที่เชื้อเชิญให้นักการเมืองอยากยึดกุมเพื่อลิ้มลองนั่นก็คืองบประมาณก้อนโต หากจำแนกเป็นตัวเลขกลมๆ จะพบว่า สปสช. มีงบบริหารและกองทุน 1.5 แสนล้านบาท สสส. มี 3,000 ล้านบาท สพฉ. มี 950 ล้านบาท สช. มี 300 ล้านบาท สวรส. มี 120 ล้านบาท และ สรพ. มี 100 ล้านบาท

ที่ผ่านมา องค์กรตระกูล ส. ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ใน 3 ประเด็น คือ 1.เป็นแหล่งทุนสำคัญของเอ็นจีโอ เพื่อจัดทำโครงการต่อต้านรัฐบาล 2.ตรวจสอบการใช้งบประมาณไม่ได้ 3.อำนาจถูกผูกขาดในคณะกรรมการที่เป็นคนกลุ่มเดียวเวียนไปมาระหว่างองค์กรตระกูล ส. ด้วยกัน

ทว่า ตั้งแต่ยุคนายวิทยา บุรณศิริ เป็น รมว.สธ. มีความพยายามจัดอำนาจใหม่โดยชัดเจนในหลายองค์กรที่ถูกล้างบางในคณะกรรมการบริหารเดิม กระทั่งเข้าสู่ยุค นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สธ.คนปัจจุบัน ความพยายามเลยเถิดไปถึงการเปิดเกมรุกเปิดหน้าชก รวบอำนาจของตระกูล ส. กลับมารวมศูนย์ไว้ที่ สธ.เพียงอย่างเดียว

ที่สุดแล้วกลายมาเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว