
ลุ้นดีลทีพีพี
ช่วงหลังมานี้สังเกตได้ว่า กระแสการเจรจาการค้าเสรีกำลังเริ่มกลับมาอย่างคึกคักอีกครั้ง นำโดยซูเปอร์ดีลฝั่งแอตแลนติก เอฟทีเอสหรัฐยุโรป ที่จะเริ่มคุยกันในเดือน มิ.ย.นี้
ช่วงหลังมานี้สังเกตได้ว่า กระแสการเจรจาการค้าเสรีกำลังเริ่มกลับมาอย่างคึกคักอีกครั้ง นำโดยซูเปอร์ดีลฝั่งแอตแลนติก เอฟทีเอสหรัฐยุโรป ที่จะเริ่มคุยกันในเดือน มิ.ย.นี้
ฝั่งยุโรปนั้นก็เพิ่งจับมือฟื้นการเจรจาเอฟทีเอกับไทยไปหมาดๆ และแว่วมาว่ากำลังกดดันให้มีการเจรจากับอินโดนีเซียด้วย ขณะที่ฝั่งสหรัฐ ล่าสุดก็เพิ่งสรุปความตกลงกับไต้หวันได้ โดยเป็นเอฟทีเอฉบับแรกของสหรัฐในรอบกว่า 5 ปี
แต่แน่นอนว่า ดีลที่ทุกฝ่ายจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นกรอบ TPP หรือการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก
ปัจจุบัน 11 ประเทศสมาชิกทีพีพี (ยังไม่รวมไทย) กำลังร่วมเจรจารอบที่ 16 ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อหาทางขมวดให้บรรลุการเจรจาได้ทันเป้าหมายที่วางไว้ในเดือน ต.ค.ปีนี้ หลังจากที่เริ่มการเจรจารอบแรกมานานถึง 3 ปี
ดูเหมือนว่ารอบล่าสุดนี้ยังคงไม่ง่ายเช่นเดิม มีรายงานว่าการเจรจาอาจต้องยืดเยื้อพลาดเป้าไปอีก หลังจากที่พลาดไปแล้วรอบหนึ่งในปี 2555 ที่ผ่านมา และหนึ่งในประเด็นร้อนของการเจรจารอบล่าสุดนี้ก็คือ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (IP) โดยเฉพาะสิทธิบัตรยา
เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศพัฒนาแล้วและมีอุตสาหกรรมยาขนาดใหญ่อย่างสหรัฐนั้น เดินหน้าผลักดันเรื่องยามาตลอดในการเจรจาทุกเอฟทีเอ ไม่ว่าจะกรอบพหุภาคีอย่างทีพีพี หรือกรอบทวิภาคีก็ตาม
แต่ในครั้งนี้ สมาคมผู้ผลิตและวิจัยยา (PhRMA) ซึ่งได้ส่งผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมด้วย ได้เดินหน้าผลักดันให้บรรดาผู้ร่วมเจรจาเห็นชอบกับการใช้กฎหมาย IP ที่เข้มข้นขึ้น อาทิ การให้สิทธิบัตรคุ้มครองยาในกลุ่มชีวภาพ Biologic Medicines เพิ่มอีก 12 ปี จากเดิม 20 ปี ในกรอบการคุ้มครองพิเศษแบบทริปส์พลัส โดยองค์การการค้าโลก
แน่นอนว่าองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) ได้เร่งล็อบบี้ให้ผู้แทนจากประเทศกำลังพัฒนาราว 6 ชาติ ปฏิเสธการอ่อนข้อนี้ให้อย่างเด็ดขาด โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้ยามีราคาแพงขึ้น และทำให้คนทั่วไปเข้าถึงยา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ยากขึ้น
ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ผลการประชุมจะสรุปออกมาอย่างไรในวันที่ 13 มี.ค.นี้ แต่ในฐานะที่ไทยเองประกาศเจตนารมณ์ขอเข้าร่วมไปแล้ว คงต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไปเช่นกัน







