posttoday
เปรียบมวย อยุธยาVSดูไบ คุ้มค่าต้องดูหลายมิติ

เปรียบมวย อยุธยาVSดูไบ คุ้มค่าต้องดูหลายมิติ

10 มีนาคม 2556

ส่องดู 5 ประเทศที่เข้ารอบสุดท้ายการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดเวิลด์เอ็กซ์โป 2020

ส่องดู 5 ประเทศที่เข้ารอบสุดท้ายการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดเวิลด์เอ็กซ์โป 2020

ไทย ตุรกี รัสเซีย บราซิล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ “อัครพล” ประเมินว่าไทยยังได้เปรียบในหลายๆ ด้าน

สำหรับประเทศรัสเซีย ซึ่งเลือกเมืองที่อยู่ในไซบีเรียเป็นพื้นที่จัดงาน ซึ่งจะต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนนั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับอากาศหนาว และการจะให้ประเทศต่างๆ ไปมีส่วนร่วมด้วยนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะที่ “ตุรกี” ที่ผ่านมาเคยยื่นเสนอเข้าแข่งขันด้วยลักษณะรายละเอียดที่เกือบเหมือนเดิม ทั้งเมืองเดิมไม่มีอะไรใหม่ ส่วน “บราซิล” เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองก็ยังมีการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น จึงเหลือแค่ “ไทย” กับ “ดูไบ” ซึ่งในส่วนของ “ไทย” ที่เลือกพระนครศรีอยุธยานั้น เรามี “ธีม” ที่ดีกว่า และน่าจะมีโอกาสกว่า โดยทาง “ดูไบ” เสนอแนวคิดเรื่อง “คอนเนกชัน” เป็นศูนย์กลางการบิน ศูนย์รวมเศรษฐกิจ มีคนเข้าออกมากมาย แต่เขาไม่มีประชากร จริงๆ ไม่มีแรงงานที่พอจะสร้างโครงการใหญ่ๆ ซึ่งหากได้ทำก็ต้องใช้เงินจ้างคนนอกมาทำ

เปรียบมวย อยุธยาVSดูไบ คุ้มค่าต้องดูหลายมิติ

 

“เรารู้ว่าจริงๆ เขาเสนอดูไบ เพราะเขาต้องการฟื้นดูไบ เพราะดูไบมีปัญหาเศรษฐกิจมากช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถ้าเขาจะจัดงานใหญ่ๆ ก็จะปลุกความเชื่อมั่นของดูไบได้”

อัครพล อธิบายว่า ไทยได้เปรียบตรงที่เสนอเรื่องนิยามใหม่ของโลกาภิวัตน์ คือ ความยั่งยืน พอเพียง เป็นเรื่องที่มันลึกซึ้งกว่า ในวันที่เศรษฐกิจทั้งโลกมีปัญหา การใช้จ่ายใหญ่ๆ คงไม่มีใครไหว การที่แต่ละประเทศจะมาสร้างอะไรในบ้านเราก็คงไม่ง่าย ดังนั้นคอนเซปต์ความพอเพียง การทำอะไรให้ยั่งยืน จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจกว่า

สำหรับเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าที่สั่งให้มีการทบทวนโครงการนี้นั้น อัครพล มองว่างบประมาณ 3 หมื่นล้านบาทที่เสนอมาแต่ต้น ไม่รวมค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ทั้งรถไฟความเร็วสูง เพราะไม่ได้เกี่ยวกับโครงการนี้อย่างเดียว แต่ที่เกี่ยวกับโครงการนี้อาจเป็นช่วงต่อขยายรถไฟฟ้า 12 กม. สายสีแดง สร้างจุดเชื่อมทางด่วนบางปะอิน

“เป็นการลงทุนในเวลา 6-7 ปี คำนวณแล้วภาระต่อปีไม่ได้เยอะเท่าที่คิด และเมื่อเทียบกับโครงการใหญ่ๆ ของรัฐบาล เทียบกันไม่ได้เลย อย่างรถไฟความเร็วสูง มีหรือไม่มีเอ็กซ์โปมันก็ต้องวิ่งผ่านอยุธยาอยู่ดี จะไปนับอย่างนั้นไม่ได้ ที่แพงหน่อยก็คือ รถไฟสายสีแดง 12 กม. สนข.บอกว่าอาจจะทำได้ คือ ตามแผนรัฐบาลให้รถไฟหยุดที่เชียงรากน้อย แล้วใช้ชัตเทิลบัสรับส่งต่อจากตรงนั้นเหลือไม่กี่กิโล

... หรือรัฐบาลใช้ 3 แสนล้านบาท ที่จะป้องกันน้ำท่วม พัฒนาระบบน้ำ ที่จะเห็นผลใน 3 ปีก่อนเวิลด์เอ็กซ์โป ซึ่งจะเป็นโชว์เคสว่าพื้นที่เหล่านี้ได้รับการแก้ไขไปหมดแล้ว ตรงนี้จะนำมานับรวมไม่ได้ เพราะไม่มีเอ็กซ์โปก็ใช้เงินอยู่ดี นอกจากนี้ งบประมาณ 34 หมื่นล้าน ในวันที่เราทำแผนนี้มีบางส่วนที่ลงทุนร่วมกับภาคเอกชนได้ด้วย”

อัครพล กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลประเมินว่าจะใช้งบ 5 หมื่นล้านบาท 6 ปี ก็เหลือปีละไม่เท่าไหร่ ซึ่งเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ที่กู้เงินเป็นแสนแสนล้านบาทนั้นต่างกันมาก และพวกนี้มีรีเทิร์นในระยะยาว เวิลด์เอ็กซ์โปไม่ใช่จบแล้วทิ้ง แต่ก็จะจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ วิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนของโลกในอนาคต อาจจะเป็นอินเตอร์เนชันแนลคอลเลจ หรือเป็นศูนย์ศึกษา พิพิธภัณฑ์ ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ คือ หากได้สร้างตรงนั้น โครงการในพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงสอดรับกับธีม ดังนั้นสามารถแสดงความโดดเด่นของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน

ส่วนประเด็นเรื่องรายได้ที่จะกลับมานั้น จากที่ประเมินว่าจะมีคนเข้าชม 37 ล้านครั้ง ซึ่งรัฐบาลกังวลว่าหากไม่ถึง 37 ล้านครั้งจะทำอย่างไรนั้น ผลตอบแทนกลับมาไม่ได้อยู่เพียงแค่เงินจากค่าตั๋วอย่างเดียว แต่ยังมาจากสปอนเซอร์ แรงงานไทยที่จะได้ประโยชน์ ต้องคิดว่าเงิน 3 หมื่นกว่าล้านบาทที่ลงไปเป็นมัลติพลายเออร์ ตัวคูณในระบบ ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพราะทุกอย่างอยู่ในไทย เงินก่อสร้างพาวิลเลียนทุกประเทศออกเอง

“เวลาเรามอง อย่ามองแคบๆ มิติเดียว เพราะมีหลายมิติที่เกี่ยวข้อง แต่ผมไม่ทราบเหตุผลของรัฐบาล นอกเหนือจากที่บอกว่าแพง ถ้าคิดในมูลค่ากับสิ่งที่ประเทศไทยจะได้ ผมว่าได้ไม่น้อยกว่าโครงสร้างอินฟราสตรักเจอร์ต่างๆ ที่ทำอยู่ อาจจะดีกว่าหลายโครงการด้วยซ้ำ” อัครพล กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ