
นิวเคลียร์โสมแดง
ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ทั่วโลกกำลังให้การจับตามองสำหรับการออกมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) หลังจากที่เมื่อกลางเดือน ก.พ. รัฐบาลโสมแดงได้ทำการทดลองขีปนาวุธ ทั้งๆ ที่ประชาคมโลกต่างออกมาเรียกร้องกดดันให้ยุติการทดลองแล้วหลายครั้ง
ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ทั่วโลกกำลังให้การจับตามองสำหรับการออกมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) หลังจากที่เมื่อกลางเดือน ก.พ. รัฐบาลโสมแดงได้ทำการทดลองขีปนาวุธ ทั้งๆ ที่ประชาคมโลกต่างออกมาเรียกร้องกดดันให้ยุติการทดลองแล้วหลายครั้ง
สำนักรอยเตอร์สแสดงความเห็นผ่านบทวิเคราะห์โดยอ้างผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักว่า บทลงโทษของยูเอ็นที่จะมีขึ้นนั้นคงจะไม่สามารถเหนี่ยวรั้ง หรือกระตุ้นให้รัฐบาลเกาหลีเหนือภายใต้การนำของ ประธานาธิบดี คิมจองอึน ล้มเลิกความตั้งใจในการเดินหน้าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของประเทศอย่างแน่นอน ซ้ำร้ายยังมีแนวโน้มอีกว่าจะยิ่งเดินหน้าทดลองมากขึ้นกว่าผู้นำคนก่อนอีกด้วย
สำนักข่าวชื่อดังให้เหตุผลว่า โครงการนิวเคลียร์ถือเป็นเครื่องมือต่อรองทางอำนาจในการเรียกร้องความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่สำคัญมาตั้งแต่ยุคของ คิมจองอิล ผู้เป็นบิดาของ คิมจองอึน
นอกจากนี้ แม้ว่าการลงโทษดังกล่าวของยูเอ็นจะมีจีนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนรัฐบาลโสมแดงให้การสนับสนุนมติดังกล่าว แต่ คิมจองอึน ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญและกล้าที่จะขัดใจจีนมากขึ้นกว่าผู้นำรุ่นก่อนๆ อีกทั้งความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เริ่มเฉยชาต่อกัน ดังนั้นคำเตือนของจีนในการตำหนิเกาหลีเหนือจึงไม่มีน้ำหนัก
ขณะเดียวกัน มติลงโทษดังกล่าวของยูเอ็นก็คาดว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เพราะมีช่องโหว่ในการหลบเลี่ยงเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากการลงโทษเกาหลีเหนือที่ผ่านมากว่า 7 ปี ยังไม่สามารถยุติเกาหลีเหนือให้ล้มเลิกโครงการดังกล่าวได้







