
ดีเอสไอลุยทั่วประเทศ กระชากไอ้โม่งโกงสอบครูผู้ช่วย
นับเป็นการทุจริตครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในแวดวงครู เมื่อการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูตำแหน่ง “ครูผู้ช่วย” ถูกพบว่ามีการ “โกงสอบ”
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
นับเป็นการทุจริตครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในแวดวงครู เมื่อการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูตำแหน่ง “ครูผู้ช่วย” ถูกพบว่ามีการ “โกงสอบ”
จุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การสืบหาการทุจริตครั้งนี้ ตั้งต้นจากพบรายชื่อผู้สอบผ่านซ้ำกัน 2 สนามสอบ ทั้งที่เปิดสอบพร้อมกัน ข้อพิรุธดังกล่าวนำไปสู่การตรวจสอบรายละเอียด กระทั่งพบกลุ่มที่ได้คะแนนสอบสูงผิดปกติจำนวนมาก ซึ่งกระจายตัวอยู่ใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ
ผู้สอบกลุ่มนี้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับการทุจริตการสอบโดยทันที
ข้อสันนิษฐานต่อมาพุ่งเป้าไปที่เรื่องข้อสอบรั่ว เนื่องจากข้อสอบที่ส่งไปจากส่วนกลางหรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถูกพักไว้ในบางสนามสอบถึง 2 วัน ซึ่งเพียงพอให้มิจฉาชีพเข้าถึงได้
ตามรายงานข่าวพบว่าข้อสอบที่ถูกลักลอบนำออกมาได้มีราคาเริ่มต้นถึง 2 ล้านบาท ก่อนจะถูกส่งไปทำกำไรต่อ โดยเรียกเก็บเงินจากผู้สอบหัวละ 4 แสนบาท สำหรับการทุจริตแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1.นำโพยเฉลยข้อสอบไปท่องจำ 2.ให้บุคคลอื่นเข้าสอบแทน 3.นำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปในห้องสอบเพื่อรับเฉลยในขณะที่ทำการสอบ
ประเมินกันว่า มีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
ธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า คณะพนักงานสืบสวนได้กำหนดแนวทางในการสืบสวนไว้ 2 ประเด็น คือ 1.การสอบเมื่อวันที่ 13 ม.ค. มีการทุจริตจริงหรือไม่ 2.มีใครเป็นผู้กระทำความผิด และการกระทำความผิดอาจมีผลรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งอาจต้องเสนอให้เป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอจะสอบสวนเรื่องนี้ โดยพิจารณาในประเด็นที่เป็นส่วนประกอบต่างๆ อาทิ กระบวนการสอบ การส่งข้อสอบ การทุจริตการสอบที่ต้องดูเอกสารว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลของ สพฐ. พบว่าบางคนมีคะแนนสูงผิดปกติ ซึ่งจะทำให้สามารถชี้จุดว่าลักษณะของการทุจริตเป็นอย่างไร และกลุ่มที่เข้าข่ายทุจริตเป็นกลุ่มไหนบ้าง เนื่องจากการสอบครั้งนี้มีผู้ได้คะแนนสูงผิดปกติในระดับ 90100% ประมาณ 400 ราย และคะแนนเฉลี่ยของการสอบอยู่ที่ประมาณ 80%
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะประเมินว่าคะแนนส่วนไหนที่มีปัญหาและอาจจะต้องคัดกรองรวมถึงเชิญผู้เข้าสอบผู้ที่มีคะแนนสูงผิดปกติมาสอบปากคำว่าคะแนนที่ได้มานั้นมาจากความรู้ความสามารถหรือไม่ นอกจากนี้ยังเตรียมทำหนังสือขออายัดกระดาษคำตอบเพื่อ นำมาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่ได้ รวมถึงเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้
ด้าน ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้ความคืบหน้าว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบหลักฐานชี้ชัดว่ามีการทุจริตจริง โดยมี 3 รูปแบบ คือ 1.การให้บุคคลอื่นเข้าสอบแทน 2.การนำข้อสอบออกมาและเฉลยข้อสอบและให้นำไปท่องจำเข้าไปสอบ และ 3.การนำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปในห้องสอบ เนื่องจากการสืบสวนพบมีหลักฐานโดยเฉพาะพยานบุคคลที่ให้การว่าก่อนถึงวันสอบ 2 วันได้มีการอบรมการใช้เครื่องมือสื่อสารเพื่อเฉลยข้อสอบ
หลังจากนี้ คาดว่าดีเอสไอจะสรุปสำนวนผลการสอบสวนเบื้องต้นได้ในวันที่ 18 มี.ค. เพื่อส่งให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปประกอบการพิจารณายกเลิกการสอบหรือไม่ และประเด็นที่ต้องสอบสวนต่อไปคือมีการทุจริตเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือเกิดการทุจริตทั่วประเทศ หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลก็จะเสนอต่อคณะกรรมการคดีพิเศษปลายเดือน มี.ค. เพื่อลงมติให้ดีเอสไอเข้าสอบสวนดำเนินคดีอาญาต่อไป







