
หลากทรรศนะ : ร่างยุทธศาสตร์ BOI (ตอนที่ 1)
จากสถานการณ์โลกและของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของน้ำหนักทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนถ่ายจากประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกามายังประเทศพัฒนาอย่างจีน และจากภาคอุตสาหกรรมมายังภาคบริการ การรวมกลุ่มของ AEC ที่จะทำให้อาเซียนเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่สำคัญมาก ผนวกกับสถานการณ์ของไทยที่ยังตกอยู่ในกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางมานานหลายทศวรรษ โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวสูงเนื่องจากต้องพึ่งพาต่างชาติ ขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำโดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและโลจิสติกส์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีอากร ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ BOI จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
จากสถานการณ์โลกและของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของน้ำหนักทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนถ่ายจากประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกามายังประเทศพัฒนาอย่างจีน และจากภาคอุตสาหกรรมมายังภาคบริการ การรวมกลุ่มของ AEC ที่จะทำให้อาเซียนเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่สำคัญมาก ผนวกกับสถานการณ์ของไทยที่ยังตกอยู่ในกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางมานานหลายทศวรรษ โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวสูงเนื่องจากต้องพึ่งพาต่างชาติ ขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำโดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและโลจิสติกส์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีอากร ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ BOI จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
อาจกล่าวได้ว่าร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ฉบับนี้ ถือเป็นการปฏิรูปยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนครั้งสำคัญของ BOI ภายใต้เป้าหมายเพื่อส่งเสริมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สามารถพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมหลักด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการสร้างการกระจุกตัวใหม่ๆ ในภูมิภาค ผ่านยุทธศาสตร์ใหม่ 6 ด้าน ได้แก่
1) ส่งเสริมแบบมีเป้าหมายที่ชัดเจน
2) ส่งเสริมตามประเภทกิจการ โดยเน้นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
3) ส่งเสริมเพื่อให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในแต่ละภูมิภาค
4) เน้นการอำนวยความสะดวกให้ก่อให้เกิดการลงทุนที่มากขึ้น
5) เพิ่มบทบาทในการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ
6) วัดผลจากคุณค่าของการลงทุน
ทั้งนี้ ผู้ร่วมสนทนา ซึ่งประกอบด้วย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง และ รมว.พาณิชย์ ทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง และ รมว.พาณิชย์ สมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการ Sasin Institute for Global Affairs อุตตม สาวนายน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพรอสเพอริตี้ แอ๊ดไวเซอรี่ และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษามีความเห็นตรงกันว่า การเปลี่ยนแปลงของ BOI ถือเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะยุทธศาสตร์แบบเดิมอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ ทิศทางและเป้าหมายของยุทธศาสตร์ใหม่ก็มาถูกทางแล้ว แต่ควรยกระดับให้เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศด้วยเพื่อให้สอดคล้องกัน และที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคใหม่ของ BOI ไม่ควรถูกจำกัดเฉพาะบทบาทที่ทำได้ในปัจจุบัน หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะภายในองค์กรเท่านั้น มิฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นเพียงแค่การปรับเป้าหมาย (Refocus) ของ BOI เท่านั้น
สำหรับยุทธศาสตร์ใหม่ 6 ด้าน ถือว่ามีความครบถ้วนแล้ว แต่เห็นว่ามี 3 เรื่องที่ BOI ควรศึกษาและพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อให้ร่างฯ ฉบับนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งได้แก่ เรื่องของการส่งเสริมแบบมีเป้าหมายชัดเจน (Focus) รูปแบบการส่งเสริมใหม่ เช่น Subsidy และการสร้างคลัสเตอร์ในระดับภูมิภาค
l การส่งเสริมแบบมีเป้าหมายชัดเจน การส่งเสริมยังเป็นการมองเฉพาะในเชิงอุตสาหกรรม ยังขาดมิติของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละอุตสาหกรรมที่จะทำให้ยุทธศาสตร์ตอบโจทย์ได้ชัดเจนมากขึ้น โดย BOI ควรหาวิธีกระตุ้นให้ภาคเอกชนที่ได้รับการส่งเสริมถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ให้แก่คนไทย เพื่อให้คนไทยสามารถทำ R&D ได้ด้วยตนเองในอนาคต
l การสนับสนุนในรูปแบบของการอุดหนุน (Subsidy) โดยภาครัฐ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างมากและมีต้นทุนที่ชัดเจน โดยเฉพาะกับประเภทกิจการที่ BOI ต้องการส่งเสริมให้เกิดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือโครงสร้างพื้นฐานก็ตาม
l การสร้างคลัสเตอร์ในระดับภูมิภาค (Regional Cluster) ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ประเทศก้าวข้ามกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เพราะจะช่วยสร้างการพัฒนาเมืองใหญ่ให้นักลงทุนกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาค แต่จะต้องมีการผลักดันเรื่องของ Regional Cluster ให้เป็นนโยบายของรัฐ เพื่อให้ทุกหน่วยงานของรัฐมีนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน และหน้าที่ส่งเสริมควรมีอำนาจในการบริหารเป็นอิสระจากส่วนกลาง ต้องมีการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของการพัฒนา โดยพิจารณาความได้เปรียบเชิงแข่งขันของพื้นที่ และที่สำคัญต้องมีการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการสร้าง Regional Cluster
ท้ายที่สุด ผู้ร่วมสนทนาได้เสนอคำแนะนำใน 2 เรื่อง ได้แก่
1.วิธีการในการก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ในร่างแผนฯ มีการระบุเป้าหมายที่ชัด แต่ไม่ได้กล่าวถึงวิธีการหรือแนวทางดำเนินการเท่าใดนัก ซึ่งหากต้องการนำพาประเทศก้าวข้ามกับดักดังกล่าวให้ได้ เราต้องให้ความสำคัญกับการสร้างอุตสาหกรรมในระดับภาคและการเพิ่มผลิตผลของประเทศให้แก่แรงงานไทย ต้องเชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy) กับเศรษฐกิจกระแสหลัก (Mainstream Economy) เพื่อให้อัตราการเติบโตเป็นไปอย่างยั่งยืนผ่านการกระจายรายได้ และต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ให้แก่กิจการ
2.บทบาท อำนาจ และโครงสร้างในอนาคต BOI ต้องสร้างบทบาทใหม่ให้ดูแลภาพรวมที่กว้างขึ้นมากกว่าการเป็นเพียงเฉพาะผู้ดูแลในการดึงดูดเงินลงทุนสำหรับอุตสาหกรรม ควรนำกฎหมายของ BOI ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิ ภาพสูงสุด และที่สำคัญที่สุด BOI ต้องยกระดับฐานะขององค์กรให้เป็น “องค์กรระดับประเทศ” ทำงานในเชิงรุกให้มากขึ้น และต้องไม่ทำงานเสมือนหนึ่งเป็นเพียงกรมในกระทรวงเท่านั้น







