
จับตาไฟฟ้าถ่านหิน "หงสา" หวั่นซ้ำรอยแม่เมาะ
กระแสก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ฟื้นชีพขึ้นมาโดย รมว.พลังงาน พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติกำลังมาแรง แต่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศยังมีมาตรการคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายสิ่งแวดล้อมอยู่หลายขั้นตอน ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสาลิกไนต์ ในพื้นที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี ประเทศลาว ที่กำลังดำเนินการอยู่โดยกลุ่มทุนไทยกลับรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ตั้งโครงการห่างชายแดนไทยเพียง 35 กิโลเมตร
กระแสก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ฟื้นชีพขึ้นมาโดย รมว.พลังงาน พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติกำลังมาแรง แต่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศยังมีมาตรการคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายสิ่งแวดล้อมอยู่หลายขั้นตอน ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสาลิกไนต์ ในพื้นที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี ประเทศลาว ที่กำลังดำเนินการอยู่โดยกลุ่มทุนไทยกลับรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ตั้งโครงการห่างชายแดนไทยเพียง 35 กิโลเมตร
วิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กังวลถึงผลกระทบข้ามแดน เพราะทุกขั้นตอนเกิดขึ้นฝั่งลาว การใช้กฎหมาย การคัดค้านก็ค่อนข้างยาก การติดตั้งอุปกรณ์ดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คุณภาพจะแย่หรือดีก็ยากจะคาดเดา เช่น กรณีแม่เมาะ บางโรงงานคิดว่าไม่มีความคุ้มค่าเรื่องการดักจับฝุ่น เพราะใช้งบประมาณสูง
“ในประเทศไทย ระบบเหมืองหลายพื้นที่เคยให้ข้อมูลว่า การแก้ปัญหาการฟุ้งกระจายของถ่านหิน ขี้เถ้าจากการเผาไหม้ ต้องใช้เทคโนโลยีสูง ราคาแพง ก็ยากที่จะมีใครใส่ใจ” วิฑูรย์ กล่าว
แม้ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะยังไม่เกิด จนกว่าจะเดินเครื่องการผลิตไฟฟ้าในปี 2558 แต่การก่อสร้างแนวสายส่งไฟฟ้า ก็ส่งผลกระทบกับชาวบ้านบางพื้นที่
พวงทอง เลื่องลือ ผู้ใหญ่บ้านดู่เหนือพัฒนา หมู่ 12 ต.ดู่ใต้ อ.เมือง จ.น่าน เปิดเผยว่า แนวสายส่งไฟฟ้าจากลิกไนต์หงสาพาดผ่านที่ทำกินของประชาชน 14 ครอบครัว ชาวบ้านเกรงจะได้รับอันตรายจากไฟฟ้าแรงสูง เป็นเหตุให้มีการประท้วงและคัดค้านในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ กฟผ.ก็ยังนิ่งเฉย ชาวบ้านจึงได้ฟ้องศาลปกครอง
“แม้ไม่ถูกเวนคืน แต่ถูกรอนสิทธิ์ กฟผ.ได้มีความพยายามต่อรองเรื่องราคาหลายครั้ง แต่ยังไม่มีใครยอม เพราะแม้จะจ่ายค่ารอนสิทธิ์ให้ แต่ที่ดินก็ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ เป็นการไม่ยุติธรรมสำหรับชาวบ้าน”
ด้านตัวแทนบริษัท หงสาเพาเวอร์ ซึ่งไม่ประสงค์จะออกนาม ชี้แจงว่า เส้นทางสายส่งไฟฟ้า บริษัทได้ศึกษาความเหมาะสมทางวิศวกรรมแล้ว แต่การดำเนินการขึ้นอยู่กับ กฟผ. บริษัทไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ แต่ยอมรับว่า กฟผ.ก็ผิดพลาดที่ไม่สื่อสารกับชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา n
(หมายเหตุ : ขอขอบคุณ โครงการพัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำข่าวสืบสวนสอบสวนประเด็นสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่พรมแดน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่อำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่)







