
อัมพาต ทั้งกรุงเทพฯ!!
การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้กระจายการชุมนุมไปยังพื้นที่ต่างๆ รอบ กทม. ไม่ว่าจะเป็น สี่แยกราชประสงค์ หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และบริเวณกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นั้นได้สร้างความปั่นป่วนให้กับการจราจรใน กทม.อย่างหนัก
ทั้งนี้ เนื่องจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ได้พาดผ่าน 5 ถนนหลักของ กทม. ประกอบด้วย
“พระราม 1เพลินจิตเพชรบุรีราชดำริวิภาวดีรังสิต” ซึ่งนั่นหมายความว่า การจราจรใน กทม.กลายเป็นอัมพาตอย่างช่วยไม่ได้พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ดูแลงานด้านจราจร กล่าวว่า ประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนเพชรบุรี ถนนสุขุมวิท และถนนพระราม 1 รวมทั้งถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่สามเหลี่ยมดินแดง มีการรวมตัวกันในบางจุด เช่น หัวถนนวิภาวดีฯ ฝั่งขาออก ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น และมีกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมกดดันด้านหน้าสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือเอ็นบีที ทำให้สภาพการจราจรถนนวิภาวดีรังสิตติดขัดโดยปริยาย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณด้านหน้าอนุสรณ์สถาน ประมาณ 3,000 คน ทำให้ตำรวจจราจรต้องระบายรถที่มาจากถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าให้ใช้ถนนพหลโยธินแทน
ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) มีคำสั่งปิดการจราจรโดยรอบบริเวณถนนที่จะมุ่งหน้าเข้ามาแยกราชประสงค์ทั้ง 4 ด้าน คือ ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเฉลิมเผ่าถึงแยกราชประสงค์ ถนนเพลินจิต ตั้งแต่แยกเพลินจิตถึงแยกราชประสงค์ ถนนเพชรบุรี ตั้งแต่แยกประตูน้ำถึงแยกราชประสงค์ และถนนราชดำริถึงแยกราชประสงค์ ซึ่งความจำเป็นที่ต้องปิดการจราจรเชื่อว่าจะปลอดภัยกว่าเปิดให้มีรถยนต์บางส่วนสัญจรผ่านเข้าไปใกล้กับผู้ชุมนุม
อย่างไรก็ตาม บช.น.ประเมินยอดผู้ชุมนุมบริเวณราชประสงค์ ประมาณ 3 หมื่นคน ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ประมาณ 4,000 คน ด้านหน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ประมาณ 5,000 คน และจุดที่เริ่มก่อตัวบริเวณแยกธูปะเตมีย์ อีกประมาณ 5,000 คน
“
เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักในเส้นทางหลายจุด ได้แก่ ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเพลินจิตถึงแยกปทุมวัน ต้องปิดการจราจร ถนนราชดำริตั้งแต่แยกราชดำริถึงแยกราชประสงค์จนถึงประตูน้ำต่อเนื่องจนถึงสามเหลี่ยมดินแดง ถนนเพชรบุรีตั้งแต่แยกราชเทวี แยกประตูน้ำ ต่อเนื่องถึงแยกผ่านฟ้าพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมลงเต็มพื้นที่ทั้งหมดทุกจุดแล้ว โดย บช.น.ใช้กำลังตำรวจ 74 กองร้อย (11,100 นาย) ดูแลพื้นที่การชุมนุมทั่ว กทม. เฉพาะบริเวณแยกราชประสงค์ 89 กองร้อย (1,350 นาย) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร รวมถึงที่หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ งานกาชาด ถนนราชดำเนิน และเส้นทางเดินตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าฯ จนถึงราชประสงค์ พร้อมประสานขอกำลังสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อีก 15 กองร้อย (2,250 นาย) และเสริมกำลังทหารอีกส่วนหนึ่ง
สำหรับ การดูแลผู้ชุมนุมเน้น 3 ภารกิจสำคัญคือ 1.ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่การชุมนุมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม และประชาชนที่พักอาศัยย่านดังกล่าว 2.ป้องกันการกระทบกระทั่งระหว่างบุคคลที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งเกรงจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว และ 3.ป้องกันผู้ไม่หวังดีมาก่อสถานการณ์ต่างๆ เบื้องต้นข้อมูลด้านการข่าวเชื่อว่า การชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์จะยืดเยื้อ 23 วัน จึงมอบให้ พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เร่งเจรจาเปิดการจราจรให้เร็วที่สุด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ ตลอดจนมีโรงพยาบาล สถานศึกษา และศูนย์การค้าจำนวนมาก หากการชุมนุมยืดเยื้อจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง







