
สมช.ลงนามกับบีอาร์เอ็นร่วมกันดับไฟใต้
เลขาสมช.เป็นผู้นำคณะลงนามกับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็นร่วมพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้
เลขาสมช.เป็นผู้นำคณะลงนามกับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็นร่วมพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00น. ได้เป็นผู้นำคณะในการเซ็นลงนามกับกลุ่มตัวแทนบีอาร์เอ็นจำนวน 4 คน โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของประเทศมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน
โดยมีข้อตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำไปสู่สันติสุข จะมีการพูดคุย และแสดงความคิดเห็นถึงปัญหาในพื้นที่ โดยจะเป็นการจัดเวทีพูดคุยเพื่อให้เกิดสันติภาพ สำหรับการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดกุญแจดอกแรก เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการพูดคุยครั้งนี้เป็นไปตามแผนนโยบายการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแผนพัฒนาข้อ 8 ของสมช.
อย่างไรก็ตามประเทศมาเลเซียพร้อมที่จะประสานให้ความร่วมมือ หลังจากนี้อีก 2 สัปดาห์จะมีการหารือเพื่อติดตามการลงนามในเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง สำหรับการเดินทางมายังประเทศมาเลเซียของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ไม่ทราบว่านายกฯ จะได้มีโอกาสพบปะเพื่อพูดกับกลุ่มตัวแทนทั้ง 4 คนของกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า นี่เป็นแค่ ก้าวแรกของการนำไปสู่ความสงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ที่ยังต้องมีอีกหลายก้าวตามมา เพื่อไปสู่ ปลายอุโมงค์ ซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้เวลาเดินไปถึง แสงสว่างที่เห็นที่ปลายอุโมงค์นั้น นานแค่ไหน แต่ก็คือการเริ่มต้นที่ดี ถือเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ เปิดโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นของคนที่คิดต่าง
"“เราไม่ได้ตีกรอบเวลาว่าจะต้อง เห็นผลภายใน กี่เดือนกี่ปี เพราะนี่แค่ก้าวแรก โดยจากนี้ทุก 2 สัปดาห์ ทางมาเลเซียจะนัดให้ ผมหรือทีมงาน มาคุยกับ ตัวแทนของ บีอาร์เอ็นในแต่ละระดับ เพื่อทราบแนวคิด และความต้องการต่างๆ"พล.ท.ภราดร กล่าว
พล.ท.ภราดร ยืนยันว่า การลงนามครั้งนี้ ไม่ได้มีการผูกมัด หรือตกลงในเรื่องการให้เขตปกครองพิเศษ ยังไม่มีการระบุในเรื่องนี้ แต่เป็นแค่การลงนามว่าจะพูดคุยกับ ผู้ที่มีความคิดเห็น และอุดมการณ์ที่แตกต่าง โดยมี มาเลเซีย เป็นผู้อำนวยความสะดวก
"จากนี้ทุก 2 สัปดาห์ มาเลเซีย ก็จะนำตัวแทนกลุ่มต่างๆ ระดับต่างๆมาคุยกับ ผมและทีมงาน เพื่อรับทราบความคิดและความต้องการ แล้วผมก็จะนำเรื่องนี้ไปรายงานต่อท่านนายกรัฐมนตรี และฝ่ายความมั่นคง เพื่อหารือหาทางออกกันต่อไป"พล.ท.ภราดรกล่าว
ขณะที่เว็บไซต์เฟซบุ๊กของนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าวความมั่นคง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งได้ไปร่วมสังเกตุการณ์การลงนามดังกล่าวที่มาเลเซีย ระบุว่า ตัวแทนอย่างเป็นทางการของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ลงนามร่วมเลขาสมช.ร่วมพูดคุยสันติภาพ ตามนโยบายรัฐบาล โดยในพิธีมี ผบ.สส.มาเลเซียร่วมด้วย ทั้งนี้ไม่เคยมีตัวแทนระดับสูงจากบีอาร์เอ็น ร่วมในการพูดคุยก่อนหน้านี้
"ผมตามข่าวในพื้นที่มาตลอด เชื่อว่าของจริง บีอาร์เอ็นส่งมาเป็นตัวแทนร่วมพูดคุย แต่ทั้งนี้เส้นทางยังอีกยาวไกล และยังต้องเจราจรอีกหลายยก ซึ่งหากการพูดคุยเดินหน้าได้ ขบวนการต้องประกาศหยุดก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ตอนนั้นจะชัดเจน อย่างไรก็ตามต้องให้เครดิตกับการทำงาน โดยการลงนามในครั้งนี้มี พล.ท.สุรวัช บุตรวงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เป็นตัวแทนกองทัพบกร่วมสังเกตการณ์"
อย่างไรก็ตาม นายเสริมสุข แสดงความเห็นด้วยว่า มาเลเซียเอาตัวปลอมมาเล่นลิเกหลอกไม่ได้หรอกครับ สักขีพยานมากมาย ของจริงของปลอมต้องดูตอนประกาศยุติก่อเหตุร้าย นักรบ จูแว ในสนามว่าไง เอาด้วยไหม พึ่งนับ1 ไป2 3 4 ได้ไหม ต้องตีตั๋วดูต่อครับ ทั้งนี้มีตัวแทนมา 4 คน หารือรอบหน้ากลางเดือนมีนาคม โดยมาเลเซียตั้งตัวแทนร่วมประสาน
ทั้งนี้ นายเสริมสุข ได้กล่าวเพิ่มเติมในช่วงข่าวช่องไทยพีบีเอส ระบุด้วยว่า รัฐมนตรีสำนักนายกฯ มาเลเซียเป็นผู้ประสานการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้ยืนยันว่า เป็นแค่การแสดงเจตนารมย์เริ่มต้นสู่สันติภาพ ไม่ใช่การลงนาม ซึ่งคาดว่า ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะแถลงอีกครั้ง ขณะที่ในการพูดคุยระหว่างนายกฯ ทั้ง 2 ประเทศ จะมีการเจรจาในเรื่องของการแก้กฏหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน และบุคคล 2 สัญชาติ







