
อายัดทรัพย์
มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 26 ก.พ. สั่งอายัดทรัพย์ของ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 65 ล้านบาท ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ ในแง่ของคดีความยังไม่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดแล้ว โดย พล.อ.เสถียร ยังมีโอกาสต่อสู้คดีอยู่
มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 26 ก.พ. สั่งอายัดทรัพย์ของ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 65 ล้านบาท ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ ในแง่ของคดีความยังไม่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดแล้ว โดย พล.อ.เสถียร ยังมีโอกาสต่อสู้คดีอยู่
ทั้งนี้ คำสั่งของ ป.ป.ช.เป็นเพียงการอายัดทรัพย์เอาไว้เพื่อไม่ให้มีการยักย้ายถ่ายเทออกเท่านั้น เพราะจะยากต่อการตรวจสอบในอนาคต
ขั้นตอนการดำเนินคดีกับ พล.อ.เสถียร เทียบเคียงได้กับครั้งที่ ป.ป.ช. ไต่สวน สุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม โดยมาตรา 79-80 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ว่า หลังจาก ป.ป.ช.มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์เป็นการชั่วคราวเอาไว้แล้ว เจ้าของทรัพย์สินจะต้องทำคำชี้แจงให้ ป.ป.ช.พิจารณาภายใน 30–60 วัน
จากนั้น ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าคำชี้แจงของเจ้าของทรัพย์ฟังขึ้นหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช.เห็นว่าฟังขึ้น ก็จะมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดทรัพย์นั้น แต่ถ้ามีความเห็นเป็นอย่างอื่น จะต้องส่งคำร้องไปให้อัยการสูงสุด เพื่อยื่นให้ศาลมีคำพิพากษาให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป







