posttoday
ไร้รอยต่อ

ไร้รอยต่อ

26 กุมภาพันธ์ 2556

ผู้เขียนได้มีโอกาสลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของ กทม.เป็นจำนวนมาก ปัญหาอันดับหนึ่งของชาว กทม.ที่ได้ยินมากที่สุด น่าจะหนีไม่พ้นการปรับปรุงระบบคมนาคมและการแก้ไขปัญหาการจราจร เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่โดนใจชาว กทม.มากที่สุด ใครที่สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรและปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนและระบบคมนาคมให้กับคน กทม.ได้ คนคนนั้นจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของชาว กทม.

ผู้เขียนได้มีโอกาสลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของ กทม.เป็นจำนวนมาก ปัญหาอันดับหนึ่งของชาว กทม.ที่ได้ยินมากที่สุด น่าจะหนีไม่พ้นการปรับปรุงระบบคมนาคมและการแก้ไขปัญหาการจราจร เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่โดนใจชาว กทม.มากที่สุด ใครที่สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรและปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนและระบบคมนาคมให้กับคน กทม.ได้ คนคนนั้นจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของชาว กทม.

ในอดีตที่ผ่านมา การปรับปรุงแก้ไขระบบจราจรและระบบขนส่งมวลชนไม่ได้มีการปรับปรุงให้ดีเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะกว่าสิบปีมาแล้วที่ผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนละพรรคกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การทำงานจึงเป็นแบบคนละทิศคนละทาง แม้แต่เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว แม้ผู้ว่าฯ กทม.จะเป็นพรรคเดียวกับรัฐบาล แต่อาจจะเป็นเพราะกระทรวงคมนาคมกลับไปอยู่ภายใต้การบริหารของพรรคร่วม ซึ่งอาจมีแนวทางที่ไม่สอดคล้องกัน ทำให้ปัญหาจราจรไม่ได้ถูกแก้ไขในภาพรวมเลย

ตัวอย่างการแก้ไขระบบคมนาคม เช่น การที่จะสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบา หรือที่เรียกกันว่า โมโนเรล ในหลายจุดที่มีการคมนาคมหนาแน่น เช่น รอบศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธิน รถไฟฟ้าขนาดเบาสายสีเทา วัชรพลพระราม 9 รถไฟฟ้าขนาดเบา (Light Rail) เชื่อมต่อรถไฟฟ้า สีแดง เขียว ชมพู และม่วง เป็นต้น ที่จะดำเนินการโดย กทม.ให้สอดคล้องกับระบบคมนาคมในภาพใหญ่ที่ดำเนินการโดยกระทรวงคมนาคม จะเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

การให้บริการรถไฟความเร็วสูงมาประสานกับระบบขนส่งมวลชนใน กทม. เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคตเมื่อเป็นเมืองศูนย์กลางอาเซียน หรือการสร้างระบบรถรางเหมือนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาการจราจรแล้ว ยังเป็นการเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน

การประสานงานกับรัฐบาลผลักดันตั๋วร่วม 1 ใบ ใช้ได้กับบริการคมนาคมสาธารณะในทุกประเภท ก็น่าจะเป็นอีกนโยบายหนึ่งที่จะให้ความสะดวกกับชาว กทม.ในการคมนาคม และถ้าเป็นไปได้น่าจะมีการส่งเสริมให้มีราคาพิเศษเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของชาว กทม.ที่ต้องใช้บริการสาธารณะในการเดินทาง

นี่เป็นตัวอย่างบางประการของการปรับปรุงระบบคมนาคมที่น่าจะทุเลาปัญหาระบบคมนาคมและการจราจรใน กทม.ได้ เพราะระบบขนส่งมวลชนใน กทม.จะต้องได้รับการปรับปรุงอีกมาก เพื่อรองรับการเจริญเติบโตในอนาคต ไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.ในอนาคตอันใกล้นี้

แต่เรื่องที่มีรอยต่อที่ทำให้คนไทยมีความกังวลกันมากในช่วงนี้ คือ เรื่องวิกฤตการณ์ทางไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน เม.ย. โดยมีสาเหตุมาจากการที่ประเทศเมียนมาร์ต้องซ่อมท่อส่งก๊าซ ทำให้ก๊าซจากแหล่งยาดานาไม่สามารถส่งต่อเข้ามาในประเทศไทยได้ ซึ่งจะทำให้ก๊าซธรรมชาติวันละ 1,030 ล้าน ลบ.ฟุต ที่ประเทศไทยใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า 6,000 เมกะวัตต์ ต้องหยุดชะงักลง จากความสามารถในผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยทั้งหมดที่ 3.2 หมื่นเมกะวัตต์

โดยเฉพาะจากข้อมูลสถิติ พบว่าเดือน เม.ย. ที่มีอากาศร้อนจัดและมีการใช้ไฟมากที่สุดที่ 2.65 หมื่นเมกะวัตต์ในปีที่แล้ว และคาดกันว่าอาจจะมีการใช้ถึง 2.7 หมื่นเมกะวัตต์ในปีนี้ เมื่อเห็นตัวเลขนี้แล้ว ก็น่าเป็นห่วงว่าปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงที่มีการปิดก๊าซจากประเทศเมียนมาร์จะไม่เพียงพอสำหรับการใช้ในช่วงนั้นอย่างแน่นอน และอาจจะเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โรงงานอุตสาหกรรมและสร้างความลำบากแก่ประชาชน

กระทรวงพลังงานได้พยายามหาทางแก้ไขด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การขอให้ประเทศเมียนมาร์เลื่อนระยะเวลาการซ่อมเพื่อให้เข้าสู่ช่วงสงกรานต์ที่เป็นช่วงวันหยุด การใช้ไฟฟ้าจะน้อย การใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลมาใช้ทดแทนการใช้ก๊าซในโรงไฟฟ้าบางโรง การขอให้ประเทศลาวส่งไฟฟ้าให้เพิ่ม และการขอความร่วมมือจากสภาอุตสาหกรรมในการให้โรงงานอุตสาหกรรมหยุดการผลิตในช่วงนั้น เป็นต้น ซึ่งก็เชื่อว่าในที่สุดแล้ว ประเทศไทยน่าจะผ่านวิกฤตการณ์ในเรื่องนี้ไปได้

แต่วิกฤตการณ์นี้จะไม่ใช่เป็นครั้งสุดท้ายที่ประเทศไทยเจอ และเรื่องนี้เป็นเหมือนบทเรียนและสัญญาณเตือนภัยให้ประชาชนในประเทศไทยให้ตระหนักว่า การที่ต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่นที่เราควบคุมไม่ได้ จะทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงทางความมั่นคงทางพลังงานอย่างมาก ซึ่งประเทศไทยต้องเริ่มตื่นตัวกันแล้วตั้งแต่วันนี้

ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับ กทม.ในการประหยัดพลังงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เรื่องพลังงานนี้จะขออธิบายเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก