posttoday
จีนปฏิเสธต้นตอก่อวิกฤตลุ่มน้ำโขง

จีนปฏิเสธต้นตอก่อวิกฤตลุ่มน้ำโขง

03 เมษายน 2553

เวทีการประชุมวิชาการสัมมนานานาชาติ กิจกรรมส่วนหนึ่งก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 (เอ็มอาร์ซี) จะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 25 เม.ย. ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นการระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานในลุ่มน้ำระหว่างประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย “น้ำ” เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะเป็นดัชนีชี้วัดความเป็นความตายของมวลมนุษยชาติ

“เชื่อหรือไม่ว่าเราต้องใช้น้ำจำนวน 2 ตันครึ่ง เพื่อผลิตแฮมเบอร์เกอร์แค่ 1 ชิ้นเท่านั้น” นั่นคือคำกล่าวช่วงหนึ่งที่ แพทริก ดูแกน รองผู้อำนวยการสถาบัน WorldFish ขณะบรรยายพิเศษตัวอย่างงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้น้ำเพื่อผลิตห่วงโซ่อาหารด้านปศุสัตว์และสัตว์น้ำทั้งระบบ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากท่ามกลางวิกฤตการณ์การแย่งชิงทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในลุ่มน้ำโขงตอนล่างที่กำลังประสบภาวะแห้งแล้งซ้ำซาก ส่งผลกระทบต่อประชากรหลายร้อยล้านชีวิต เช่น ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม

ในเวทีการประชุมเชิงวิชาการครั้งนี้ประเทศจีนในฐานะคู่เจรจาถูกเขม่นอย่างหนักจากเพื่อนสมาชิกว่า เป็นต้นตอที่ทำให้ลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างแห้งขอด เพราะความเห็นแก่ตัวในการสร้างเขื่อนเหนือลำน้ำโขงเพื่อเก็บกักน้ำและพลังงานไว้ใช้เองลำพัง

เฉินมินจง รองอธิบดีกระทรวงทรัพยากรน้ำ สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่า ทางการจีนไม่ได้ทำอันตรายประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างแต่อย่างใด และความเหือดแห้งของน้ำในลำน้ำโขงก็ไม่ได้มาจากผลการสร้างเขื่อนตอนบนของจีนด้วย พร้อมกับตอกย้ำกลับว่า จีนยังคงเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่อไป เพราะเขื่อนสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยยกข้อมูลเมื่อปี 1992 เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ 5 ครั้ง และภัยแล้ง 6 ครั้งขึ้นกล่าวอ้าง

“ถ้าโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งใหม่ของจีนสร้างเสร็จเมื่อไรจะสามารถจัดการน้ำได้ 24% แก้ปัญหาน้ำท่วม ผันน้ำในฤดูแล้งได้เพิ่มขึ้น และยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อภัยแล้งในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง” เฉิน กล่าว

เฉิน ได้ยืนยันด้วยว่า โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำของจีนมีการควบคุมปริมาณน้ำไหลเข้าออกอย่างเป็นระบบ และตั้งแต่ปี 2003 และจากนี้ไปทางจีนจะให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC เกี่ยวกับข้อมูลฤดูน้ำท่วม การควบคุมความหายนะ การต่อสู้ภัยแล้ง และข้อมูลโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ รวมถึงการทำงานร่วมกันกับประเทศอื่นๆ ด้วย

สำหรับสาเหตุการเกิดภัยแล้งนั้น เฉิน กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้แม่น้ำโขงตอนล่างแห้งขอด เนื่องจากอากาศทั้งภูมิภาคแห้งแล้งมากขึ้น พิจารณาจากปริมาณน้ำในช่วงเดือน พ.ย. ถึง มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งในเชียงแสน ประเทศไทย กัมพูชา และลาว มีปริมาณน้ำฝนตกลดลงกว่าปกติ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการลดลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงมาจากอากาศทั้งภูมิภาคแห้งแล้งมากขึ้น และจีนไม่ได้มีการกักเก็บน้ำที่เขื่อนเจียงหวานที่อยู่เหนือลุ่มน้ำโขงขึ้นไปแต่อย่างใด

“แม้แต่ประเทศจีนก็ประสบปัญหาภัยแล้งเช่นกัน ปริมาณน้ำฝนในมณฑลยูนนานลดลง 53% ซึ่งแม่น้ำโขงในมณฑลยูนนานมีปริมาณฝนตกลดลง 65% ซึ่งต่ำกว่าปีปกติ ดังนั้นเมื่อฝนตกน้อยลงส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายเล็กๆ ย่อมแห้งขอดจำนวน 662 สาย แหล่งน้ำขนาดเล็ก 309 แห่ง และเขื่อน 3,000 แห่ง ขาดแคลนน้ำตามไปด้วย” เฉิน กล่าว

เฉิน กล่าวอีกว่า แม้แต่ประเทศจีนเองก็ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักในภาคตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีก่อน นับว่าภัยแล้งในคราวนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่สุด คือ มณฑลยูนนาน ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย 84% ของพื้นที่ทั้งหมด และทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ประมาณ 19 ล้านคน ไม่มีน้ำบริโภค หรือคิดเป็น 92% ของประชากรไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ และคำนวณเป็นมูลค่าความเสียหายราว 7 หมื่นล้านหยวน

“การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีจีนลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยทางรัฐบาลกลางทุ่มงบประมาณกว่าพันล้านหยวน” เฉิน กล่าว

กรณีข้อพิพาทจีนกับบรรดาประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เป็นแค่ส่วนย่อยของปัญหาศึกแย่งชิงทรัพยากรที่ลุกลามเกิดขึ้นไปทั่วโลกก็ว่าได้ ดูแกน ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในอนาคตโลกจะเผชิญกับวิกฤตน้ำอย่างหนัก ดังนั้นจึงได้เสนอทางออกไว้ว่า ในอนาคตต้องมีการพัฒนาศักยภาพ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการผลิตปศุสัตว์และสัตว์น้ำ เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้เพียงพอแก่มนุษย์ท่ามกลางวิกฤตสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้น

“เบื้องต้นตอนนี้เราต้องลดปริมาณประชากรโลกลง เพื่อลดแรงกดดันด้านความต้องการทางอาหารที่กำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัวในปี 2050 นี้ รวมถึงต้องมีการปฏิวัติการชลประทานซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการผลิตอาหาร” นักวิชาการจากสถาบัน WorldFish กล่าว

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว