
สหรัฐฟื้นผลิต
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ตอกย้ำชัดในนโยบายครั้งล่าสุดว่า สหรัฐจะต้องฟื้นชีพภาคการผลิตขึ้นมาอีกครั้งให้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการว่างงานในประเทศ
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ตอกย้ำชัดในนโยบายครั้งล่าสุดว่า สหรัฐจะต้องฟื้นชีพภาคการผลิตขึ้นมาอีกครั้งให้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการว่างงานในประเทศ
ปัญหานี้ถือว่าหมักหมมมานานกว่า 10 ปี นับตั้งแต่เศรษฐกิจจีนรุ่งโรจน์ขึ้น การลงทุนในจีนถูก ค่าแรงถูกและเยอะ ใครก็ฉวยความได้เปรียบนี้มุ่งหน้าเข้าไปลงทุน ไปสร้างฐานการผลิตในจีนขึ้นทั้งนั้นครับ รวมไปถึงเอกชนสหรัฐที่เฮโลเข้าไปสร้างฐานผลิตในจีนด้วย ไอโฟน คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ว่าเป็นสินค้าเมดอินไชนา แต่ตีตรายี่ห้อมะกัน
ดังนั้น ที่ผ่านมาสหรัฐเจอกับวิกฤตภาคการผลิตซบเซามานาน ยิ่งเมื่อช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 ยิ่งทำให้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของสหรัฐล้มกันระนาว เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้มีคนตกงานเจ๊งกันอีกมากครับ
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาว่างงานของสหรัฐนั้น จึงจะต้องเร่งฟื้นการผลิตขึ้นมาให้ได้อีกครั้งในแผ่นดินสหรัฐ แต่จะทำอย่างไรนั้น นั่นคือคำถามสำคัญครับ
แต่กระนั้นก็ตาม ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหลักของสหรัฐ ซึ่งหัวใจอยู่ที่ว่าจะต้องสร้างการจ้างงานขึ้นนั้น แต่สหรัฐกลับไปมุ่งที่การอัดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแทน โดยเฉพาะนโยบายผ่อนปรนทางการเงินจากธนาคารกลางที่ออกมาเป็นระยะๆ
เงินที่ไหลออกมานั้น กลับไปทำให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดลงทุนลวงกันราวกับดอกเห็ด และทำให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าโดยไม่จำเป็น และเป็นต้นตอสาเหตุของสงครามค่าเงินที่กำลังกลัวกันอยู่ทุกวันนี้นั่นแหละครับ
ต้องบอกกันว่า การใช้นโยบายทางการเงินของสหรัฐนั้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทั้งคิวอี 1 คิวอี 2 และคิวอี 3 ในปัจจุบันไม่ได้ช่วยให้เกิดการจ้างงานขึ้นแต่อย่างใด
สหรัฐต้องแก้ที่ภาคการผลิตครับ ยิ่งในวันนี้ภาคธุรกิจในสหรัฐจะขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ขนาดย่อมอะไรก็แล้วแต่ ยังคงอยู่ในทิศทางการลดคนงานลงอยู่เป็นระยะๆ ดังกล่าว งานหนักของ โอบามา ก็คือ จะทำอย่างไรให้การผลิตในสหรัฐกลับมาให้ได้
บางทฤษฎีก็บอกว่า หนทางหนึ่งก็คือการทำให้การผลิตในเอเชียมีต้นทุนแพงขึ้น เดี๋ยวเอกชนสหรัฐก็หนีกลับไปซบแผ่นดินมะกันเอง
ที่ผ่านมาเลยเห็นธนาคารกลางสหรัฐอัดเงินลงเศรษฐกิจบ่อยๆ และไม่หยุดเสียด้วย ซึ่งทำให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนลงสู้กับประเทศอื่นๆ ได้ แม้จะบอกว่าเป็นเพียงผลข้างเคียง แต่ก็ส่งผลในด้านบวก สร้างความได้เปรียบเพิ่มขึ้นให้กับการผลิตในสหรัฐครับ
ยิ่งกว่านั้น เดี๋ยวนี้รอบเอเชียแปซิฟิก เลยมีปัญหาด้านความมั่นคงอยู่บ่อยๆ เดี๋ยวเกาหลีเหนือ เดี๋ยวเตียวหยู เดี๋ยวสแปรตลีย์ จะทำให้ต้นทุนการผลิต การขนส่งในภูมิภาคนี้แพงขึ้นจากค่าประกัน ค่าระวางเสียเปล่าๆ
ไม่รู้ว่าเป็นแผนของใครหรือเปล่า?







