
เช็กชื่อก่อนใช้สิทธิ
เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่แม้ระบุบ้านเลขที่ถูกต้อง แต่ปรากฏรายชื่อของคนในบ้านไม่ตรงกันกับความเป็นจริง หรือแม้กระทั่งมีการย้ายชื่อจากภูมิลำเนาอื่นเข้ามาในทะเบียนบ้านไม่ทันระยะเวลาที่กำหนด...จะถือเป็นเหตุให้เสียสิทธิเลือกตั้ง
เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่แม้ระบุบ้านเลขที่ถูกต้อง แต่ปรากฏรายชื่อของคนในบ้านไม่ตรงกันกับความเป็นจริง หรือแม้กระทั่งมีการย้ายชื่อจากภูมิลำเนาอื่นเข้ามาในทะเบียนบ้านไม่ทันระยะเวลาที่กำหนด...จะถือเป็นเหตุให้เสียสิทธิเลือกตั้ง
ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นปมร้อนให้จับตาความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ท่ามกลางศึกช่วงชิงคะแนนนิยมของตัวผู้สมัครที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อาศัย พ.ร.บ.การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2545 ในการควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม เมื่อพลิกกฎหมายไล่เรียงพบว่า มาตรา 33 กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง นั่นคือวันที่ 3 มี.ค. 2556 และมีสัญชาติไทยหรือแปลงสัญชาติมาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี
รวมทั้งมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเกิดก่อนวันที่ 3 ม.ค. 2538
หากเอกสารบ้านเลขที่มีรายชื่อบุคคลในครอบครัวไม่ตรงกัน ตามมาตรา 39 วรรคสาม ระบุให้เจ้าบ้านผู้ใดเห็นว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏชื่อบุคคลอื่นซึ่งไม่ได้เป็นชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของตน เจ้าบ้านจะต้องแสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแล้วแต่กรณี โดยให้มีคำสั่งถอนชื่อบุคคลนั้นออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและแจ้งให้เจ้าบ้านหรือผู้ซึ่งเจ้าบ้านมอบหมายทราบโดยเร็ว
ท้ายที่สุด อย่าลืมตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากชื่อสกุล ตกหล่นไม่ถูกต้อง หรือมีรายชื่อผู้อื่นแฝงโดยมิได้รับอนุญาตให้แจ้งเพิ่มชื่อถอนชื่อให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้







