
อนุมัติเพิ่ม5พันล้านพยุงราคายางเต็มที่
กนย.อนุมัติ 5,000 ล้านบาท แทรกแซงยาง หลัง อ.ส.ย.ใช้เงินกู้ 2.2 หมื่นล้านบาท สต๊อกไว้ 1.98 แสนตัน
กนย.อนุมัติ 5,000 ล้านบาท แทรกแซงยาง หลัง อ.ส.ย.ใช้เงินกู้ 2.2 หมื่นล้านบาท สต๊อกไว้ 1.98 แสนตัน
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 14 ก.พ.มีมติอนุมัติให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) เบิกจ่ายเงินอีก 5,000 ล้านบาท ตามกรอบเงินกู้ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยอนุมัติ เพื่อใช้ในการแทรกแซงราคายางพารา 3 หมื่นล้านบาท
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การอนุมัติเบิกจ่ายเงินครั้งนี้เป็นการอนุมัติให้ใช้เงินกู้ในโครงการแทรกแซงราคายางครั้งที่ 3 ในวงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยจะเสนอให้ ครม.อนุมัติต่อไป ขณะที่ก่อนหน้านี้ กนย.และ ครม.อนุมัติให้ อ.ส.ย.เบิกจ่ายเงินกู้แล้ว 2 งวด งวดละ 5,000 ล้านบาท รวมเบิกจ่าย 3 งวด 1.5 หมื่นล้านบาท
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลอนุมัติให้ อ.ส.ย.กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นเงินทั้งสิ้น 4.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง 1.2 หมื่นล้านบาท และอนุมัติกรอบการกู้เงินโครงการระยะที่ 2 เป็นวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท
ที่ผ่านมา อ.ส.ย.ได้เบิกจ่ายเงินเพื่อรับซื้อยางแผ่นดิบจากเกษตรกรที่ราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม และราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่ราคา 104 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเงินทั้งสิ้น 2.2 หมื่นล้านบาท โดยสามารถซื้อยางจากเกษตรกรมาเก็บไว้ในสต๊อกได้เป็นปริมาณ 1.98 แสนตัน ฅยังไม่นับเงินก้อนใหม่ที่จะนำไปรับซื้อยางครั้งนี้อีก 5,000 ล้านบาท
นายยุทธพงศ์ ระบุว่า สำหรับยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันที่รัฐบาลรับซื้อและเก็บไว้ในสต๊อกดังกล่าวนั้น รัฐบาลยังไม่มีแผนระบายยางออกไปในขณะนี้
“การใช้เงินแทรกแซงราคายางที่ผ่านมาได้ผลในการพยุงราคายางให้เกษตรกร และขณะนี้ราคายางในตลาดมีแนวโน้มปรับตัวสูง ทั้งที่ตลาดโตเกียวและตลาดจีนที่จะเพิ่มขึ้น เมื่อเปิดตลาดหลังหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน







