
เปิดร่างทีโออาร์เมกะน้ำ 3 แสนล้าน
โดย...ปริญญา ชูเลขา
โดย...ปริญญา ชูเลขา
โครงการก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย มูลค่า 3 แสนล้านบาท นั้น คงจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ว่าบริษัทใดจะได้เข้าไปรับสัมปทาน
ทั้งนี้ ในวันที่ 15 ก.พ. คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) โดย ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กบอ. จะเรียกบริษัท 6 กลุ่มบริษัท ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติมารับทีโออาร์ด้านเทคนิคราคา และระยะเวลาก่อสร้างโครงการ และในวันที่ 15 มี.ค. จะคัดเลือกให้เหลือ 1 กลุ่มบริษัทต่อ 1 โมดูล
สำหรับร่างทีโออาร์ดังกล่าวนั้น มีสาระสำคัญ คือ 1.ต้องมีอ่างกักเก็บน้ำในลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก 19 แห่ง ความจุ 1,800 ล้าน ลบ.ม. พร้อมหาที่ดินกรณีการอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการ สำหรับลุ่มน้ำอื่นๆ 17 ลุ่มน้ำ
2.จัดผังการใช้ประโยชน์ที่ดินลุ่มน้ำเจ้าพระยาและ 17 ลุ่มน้ำ โดยการจัดระบบผังเมืองการใช้ที่ดินให้สอดคล้องกับประชากรที่เพิ่มขึ้น การปรับถิ่นฐานในเขตเมืองและชนบท และปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดินพร้อมกับดำเนินการปิดล้อมพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจหลัก โดยมีคันป้องกันน้ำท่วมโดยใช้ระดับน้ำท่วมสูงสุดปี 2554 หรือระดับที่คราบเกิดโดยมีระยะเผื่อพ้นน้ำ 0.5 เมตรรวมทั้งก่อสร้างสถานีสูบน้ำและระบายน้ำ
3.ปรับการเกษตรชลประทานเหนือ จ.นครสวรรค์ และเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา และพัฒนาพื้นที่น้ำหลากชั่วคราว หรือแก้มลิง ในพื้นที่ลุ่มต่ำตามธรรมชาติ เพื่อลดยอดน้ำหลากในแม่น้ำ และเป็นการหน่วงน้ำหรือระบายน้ำโดยใช้พื้นที่ 2 ล้านไร่ มีความจุเก็บกักน้ำได้ 6,000 ล้าน ลบ.ม.
4.Floodway หรือ Flood diversion channel ทางฝั่งตะวันออกหรือตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะเริ่มจาก จ.นครสวรรค์ หรือชัยนาท เพื่อระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้าน ลบ.ม./ วินาที โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงและให้สอดคล้องกับการปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทาน และต้องกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด พร้อมสร้างถนนตามแนวทางระบายน้ำด้วย
5.คลังข้อมูลและภูมิศาสตร์ตามธรรมชาติให้เป็น Platform กลางทุกหน่วยงานสามารถใช้ได้ พยากรณ์หรือเตือนภัยในการบริหารจัดการน้ำ โดยอุปกรณ์ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ระบบสื่อสารข้อมูลโทรมาตร และระบบควบคุมทางไกล จัดสร้างแบบจำลอง ระบบสื่อสารข้อมูลและข้อมูลสำรองแบบ Real Time ปรับปรุงพัฒนาระบบอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา โดยทั้งหมดมีฐานข้อมูล 3 ขั้น คือ ระดับที่ 3 (Tier 3) ข้อมูลเทคนิควิชาการรับผิดชอบโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ระดับที่ 2 (Tier 2) ข้อมูลปฏิบัติการเผชิญเหตุ สบอช. ปภ. และระดับที่ 1 (Tier 1) ข้อมูลระดับผู้บริหาร สื่อสารกับประชาชน สื่อมวลชน รับผิดชอบโดยสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
สำหรับ 6 กลุ่มบริษัทที่จะเข้าชิงชัยในครั้งนี้ประกอบด้วย 1.กิจการร่วมค้า ญี่ปุ่นไทย ซึ่งจับมือ กับ 11 บริษัทย่อยร่วมพันธมิตร 2.กิจการร่วมค้า ITDPOWERCHINA JV เป็นบริษัทกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ไทยจีน ประกอบด้วย 6 บริษัท จุดเด่นอยู่ที่ “เปรมชัย กรรณสูต” บิ๊กบอส อิตาเลียนไทย 3.กิจการร่วมค้าทีมไทย มีพันธมิตร 8 บริษัท ภายใต้การนำของ ช.การช่าง
ขณะที่ กลุ่ม 4 กิจการร่วมค้า ซัมมิท เอสยูที เป็นบริษัทร่วมค้า ประกอบด้วย 3 บริษัทย่อย จุดเด่นอยู่ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามประสิทธิ์ 5.กลุ่มบริษัทค้าร่วม ล็อกซเล่ย์ มี 2 บริษัทย่อยคือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) และ บริษัทเอจีที อินเตอร์เนชั่นแนล จีเอ็มบีเอช และ 6.บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น จากประเทศเกาหลีใต้
ทั้งหมดใครจะเข้าวิน ต้องตามกันไม่กะพริบ







