
ปชป.งัดหลักฐานมัด"พงศพัศ"เอี่ยวสร้างโรงพัก
ประชาธิปัตย์โชว์เอกสารยืนยัน "พงศพัศ" ชงผบ.ตร.ให้ความเห็นชอบอนุมัติ พีซีซี สร้างสถานีตำรวจ เล็งฟ้องเพิ่ม"ธาริต" ใส่ร้ายพรรค
ประชาธิปัตย์โชว์เอกสารยืนยัน "พงศพัศ" ชงผบ.ตร.ให้ความเห็นชอบอนุมัติ พีซีซี สร้างสถานีตำรวจ เล็งฟ้องเพิ่ม"ธาริต" ใส่ร้ายพรรค
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงพร้อมเอกสาร ลงวันที่ 30 ก.ย.2553 ที่ พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ ผบช.สำนักส่งกำลังบำรุง (สกบ.) เสนอความเห็นไปยัง ผบ.ตร. โดยระบุว่าบริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม็นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น ชนะการประมูลด้วยราคา 5,848 ล้านบาท
นายชวนนทก์ กล่าวว่า การที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทยระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่ หนังสือฉบับดังกล่าว พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ส่งหนังสือ ให้ ผบ.ตร.ให้ความเห็นชอบ หลังจากที่ไ่ด้พิจารณาการประมูลดังกล่าวตามที่ สกบ.เสนอมา และลงนามในหนังสือเรียนต่อ รองนายกฯ
ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่า พล.ต.อ.พงศพัศรู้เห็นทุกขั้นตอนของการประกวดราคา ดังนั้นจึงอยากให้ พล.ต.อ.พงศพัศชี้แจงว่ายังเป็นคนเดิมที่สนับสนุนให้โครงการเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ หรือว่าต้องโอนอ่อนตามกระแสการเมืองเพื่อเอาเปรียบในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.
นอกจากนี้ กรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ เป็นผู้สั่งการดำเนินการให้มีการยกเลิกการแยกประมูลรายภาคให้มารวมประมูลในคราวเดียวที่ส่วนกลาง แต่ข้อเท็จจริงเป็นการอนุมัติตามข้อเสนอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยมีหนังสือจากพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ถึง นายสุเทพ วันที่ 18 พ.ย.52 เสนอให้มีการประกวดราคาครั้งเดียว ดังนั้นการที่นายธาริตระบุว่า นายสุเทพสั่งการจึงเป็นเท็จ
ทั้งนี้ นอกเหนือจากที่นายสุเทพ เคยฟ้องหมิ่นประมาทนายธาริตไปแล้ว นายธาริต ยังเข้าข่ายที่จะถูกดำเนินคดีมาตรา 157 ของกฎหมายอาญาด้วย เพราะจงใจเบี่ยงเบนประเด็นให้ข้อมูลเป็นเท็จใส่ร้ายพรรคและนายสุเทพ รวมถึงปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการเลือกข้างปกปิดข้อมูล ข้อเท็จจริงอันพึงเปิดเผยทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย ซึ่งทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลก่อนที่จะดำเนินคดีต่อไป
นายทศพร เพ็งส้ม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 11เคยมีความเห็นเรื่องอำนาจการสืบสวนและสอบสวนของดีเอสไอ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ไว้อย่างชัดเจนเมื่อปี 2550 ว่า ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 66 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการุทจริต 2542 เป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการกล่าวโทษบุคคล ไม่ใช่ของดีเอสไอ จึงถือเป็นการกระทำเกินอำนาจที่มีอยู่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างฟ้องนายธาริตและดีเอสไอตามแนวทางเดียวกับที่เคยฟ้อง กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สมัย พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ทั้งนี้ อยากให้ธาริตไปตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการก่อสร้างโรงพักมากกว่าว่ามีความผิดปกติ ในจุดใดหรือไม่







