posttoday
พาณิชย์ล้วงตับเงินส่งออก

พาณิชย์ล้วงตับเงินส่งออก

09 กุมภาพันธ์ 2556

ขอใช้เงินต้นกองทุนฯ400ล.ช่วยเอสเอ็มอี. อ้างแค่ดอกเบี้ยตามมติครม.เดิมไม่พอจ่าย.

ขอใช้เงินต้นกองทุนฯ400ล.ช่วยเอสเอ็มอี. อ้างแค่ดอกเบี้ยตามมติครม.เดิมไม่พอจ่าย.

“บุญทรง” ล้วงเงินต้นกองทุนส่งออก 400 ล้านไปช่วยเอสเอ็มอี

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (กองทุนส่งออก) มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอใช้เงินต้นของกองทุนส่งออกจำนวน 400 ล้านบาท มาช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท/วัน ค่าเงินบาทแข็งค่า และตลาดส่งออกหดตัว

เหตุที่ต้องเสนอครม.เนื่องจากเดิมมีมติครม.ห้ามใช้เงินต้น 4,200 ล้านบาท ให้ใช้ได้เฉพาะดอกเบี้ยที่ปัจจุบันมีอยู่เพียง 200 กว่าล้าน แต่มีโครงการขอความช่วยเหลือมาถึง 500 ล้านบาท หลังจากนี้จึงจะใช้เงินงบประมาณปกติในการช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการบริหารเงินต้นของกองทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้นจากปัจจุบันที่ได้ดอกเบี้ยจากการฝากเงินอย่างเดียว มีอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นประธาน

ทั้งนี้ โครงการเอสเอ็มอี โปรแอคทีฟ กำหนดให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายของเอกชนในการออกไปทำตลาดต่างประเทศ เช่น การลดค่าเช่าบูธในงานแสดงสินค้าต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการทำตลาดอื่น แต่ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ตั๋วเครื่องบิน

นางศิริรัตน์ จิตต์เสรี รองอธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2557 กรมฯ ได้ของบส่งเสริมประสิทธิภาพผู้ประกอบการภายใต้โครงการต่างๆ รวม 2,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มค่าแรง 300 บาท ส่วนจะได้รับจัดสรรเท่าไหร่ขึ้นกับกระทรวงฯ

ส่วนปี 2556 กรมฯได้รับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพฯ 400 ล้านบาท แม้ปริมาณงานการช่วยเหลือเอสเอ็มอีจะเพิ่มขึ้น โดยกรมฯจะเน้นช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบมากสุดก่อน

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างจังหวัดยังได้รับผลกระทบสูงกว่าผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ระยะต่อไปกรมฯ จึงจะให้ความสำคัญกับการดึงผู้ประกอบการในต่างจังหวัดเข้ามาร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

นายสุพจน์ ภาวจิตรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต บริษัทเซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการแน่นอน ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยเฉพาะด้านการลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน และภาครัฐควรดำเนินการเพิ่มเติมด้วยการช่วยผู้ประกอบการหาตลาดใหม่ การมีนโยบายส่งเสริมการส่งออกที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ขณะที่ผู้ประกอบการต้องมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันมากขึ้นเพราะที่ผ่านมายังต่างคนต่างทำธุรกิจ

ทั้งนี้ บริษัทได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกอบการของ กสอ. สามารถลดต้นทุนการผลิตได้กว่าปีละ 7 ล้านบาทต่อปี ทำให้ไม่มีปัญหาเมื่อต้องเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน