posttoday
เสียงเล็กๆ ฝากการบ้าน (ว่าที่) พ่อเมือง คิดนโยบายเพื่อคนปริมณฑล

เสียงเล็กๆ ฝากการบ้าน (ว่าที่) พ่อเมือง คิดนโยบายเพื่อคนปริมณฑล

08 กุมภาพันธ์ 2556

เข้มข้นเข้ามาทุกขณะ สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งผู้สมัครจากพรรคใหญ่และผู้สมัครอิสระ ต่างแข่งขันชูนโยบายรายวัน หวังดึงดูดใจผู้มีสิทธิลงคะแนน

เข้มข้นเข้ามาทุกขณะ สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งผู้สมัครจากพรรคใหญ่และผู้สมัครอิสระ ต่างแข่งขันชูนโยบายรายวัน หวังดึงดูดใจผู้มีสิทธิลงคะแนน

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกกลุ่มคือประชาชนในพื้นที่ปริมณฑล ซึ่งแม้ไม่สามารถออกเสียงโหวตได้ แต่ด้วยวิถีชีวิตประจำวันก็มีความจำเป็นต้องเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่ กทม. ทั้งการเข้ามาทำงานหรือเข้ามาทำธุระต่างๆ ซึ่งข้อคิดเห็นจากคนกลุ่มนี้ก็มีความสำคัญ ควรค่าแก่การที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จะให้ความใส่ใจเช่นกัน

วิชัย นราไพบูลย์ ผู้จัดการมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ย่านมักกะสัน แต่มีบ้านอยู่ใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อยากเห็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มีนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบรางเพื่อขนถ่ายคนในพื้นที่ปริมณฑลเข้ากรุงมากที่สุด

“ทุกวันนี้ผมต้องขับรถไปทำงานทุกวัน พอเริ่มเข้ากรุงเทพฯ ถึงช่วงลำลูกการังสิต รถก็เริ่มติดแล้ว ใช้เวลาเดินทางวันละ 4 ชั่วโมง บางคนต้องตื่นตั้งแต่ตี 45 กลับบ้าน 23 ทุ่ม ชีวิตไม่มีทางเลือก ยิ่งนั่งรถเมล์ยิ่งเสียเวลากว่าเดิม แบบนี้คุณภาพชีวิตไม่ค่อยดีเท่าไหร่” วิชัย กล่าว

วิชัย กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นอำนาจของผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ แต่หากขยายระบบขนส่งระบบราง ขยายเส้นทางรถไฟไปในเส้นทางใหม่ๆ มากขึ้น จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนปริมณฑลที่ต้องเดินทางเข้ากรุงและลดปัญหาการจราจรได้อีกมาก

“เมืองมันขยายตัวไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ขยายไปถึงนวนครแล้ว ช่วงเช้าๆ ย่านนั้นรถก็ติดเหมือนกัน เพราะคนที่บ้านอยู่ในเมืองแต่ต้องมาทำงานแถวนี้ก็มี การมีระบบรางจะช่วยบรรทุกคนจากทั้งในเมืองออกนอกเมืองและนอกเมืองเข้าในเมืองได้สะดวก ถ้าพ้นพื้นที่ กทม.จะเป็นอำนาจของใครค่อยว่ากันอีกที แต่อย่างน้อยขยายทางรถไฟมาถึงถนนรังสิตก็ยังดี” วิชัย กล่าว

ขณะเดียวกัน วิชัย อยากเห็นการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเป็นปอดสำหรับคนกรุงมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ย่านมักกะสัน ที่ยังมีพื้นที่กว้างขวางและยังไม่ถูกพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ อีกทั้งยังมีจุดเด่นที่ช่วงเช้าๆ จะมีผู้โดยสารรถไฟมาจากต่างจังหวัดเอาสินค้ามาขายในตลาดสร้างบรรยากาศคึกคัก มนต์เสน่ห์แบบนี้สามารถพัฒนาในเชิงการท่องเที่ยวได้

ด้าน ชลธิชา สุขวจีคล่อง สาวพนักงานธนาคารย่านอารีย์ ผู้มีที่อยู่อาศัยในซอยเรวดี อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี มองว่า อยากให้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ช่วยจัดระเบียบรถตู้โดยสารให้มีความปลอดภัยมากกว่านี้ ทุกวันนี้เวลาไปทำงานเธอต้องนั่งรถตู้ไปต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงสถานีอารีย์ หลายครั้งที่เห็นพฤติกรรมคนขับมีทั้งขับเร็ว ขับเบียดแทรกตามคอสะพาน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ บางคันก็เสริมเก้าอี้เพิ่มให้นั่งแถวละ 4 คน จนแออัดและจำนวนบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ขณะที่ จินตนา อัมพรพะงา ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านอโศก อยากเห็นนโยบายแก้ปัญหารถติดมากที่สุด ทุกวันนี้เธอพักอาศัยที่บ้านย่านซอยกรุงเทพนนท์ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี และต้องนั่งรถเมล์ไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีบางซื่อ ระยะทางไม่ไกลจากบ้านมากนัก แต่ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างต่ำๆ ครึ่งชั่วโมง

“ระยะทางไม่ไกล แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมรถติดมาก ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นนโยบายให้ขับรถวันคู่วันคี่ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนได้มากทีเดียว รวมไปถึงปัญหารถแท็กซี่รถเมล์จอดไม่ตรงป้าย จอดกลางถนนแล้วให้ผู้โดยสารเดินลงไปเอง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและกีดขวางการจราจรด้วย” จินตนา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน