
กกต.พิจิตร เปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้งนายก อบต.ท้ายน้ำใหม่
กกต.พิจิตร จัดลงคะแนนหลัง ชาวบ้านสุดทนพฤติกรรม เข้าชื่อ ถอดถอน นายก อบต.ท้ายน้ำ
กกต.พิจิตร จัดลงคะแนนหลัง ชาวบ้านสุดทนพฤติกรรม เข้าชื่อ ถอดถอน นายก อบต.ท้ายน้ำ
นาย ไพฑูรย์ จันทสิงห์ ผอ.กกต.พิจิตร กล่าวว่า กฎหมายการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญนับเป็นการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองระดับท้องถิ่นที่มีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นักการเมืองทุกระดับ สามารถใช้อำนาจความชอบธรรมได้ตามกฎหมาย เมื่อเลือกนักการเมืองเข้าไปทำหน้าที่ในสภา อบต. หรือ สภาเทศบาล รวมทั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด แล้วปรากฏว่าเมื่อได้ไปเป็นผู้แทน กลับมองไม่เห็นหัวประชาชน ไม่ทำหน้าที่ ไม่ประชุมสภา ไม่บำบัดทุกข์บำรุงสุข อย่างที่หน้าที่กำหนด แถมเข้าไปใช้อำนาจหน้าที่ทุจริตฉ้อโกงโครงการงบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน ถ้าเป็นลักษณะเช่นนี้ประชาชนจะเก็บไว้เป็นผู้แทนราษฎรระดับท้องถิ่นไว้ทำไม
ดังนั้น เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้รับเรื่องจากราษฎรผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายก อบต. ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ที่มีการเข้าชื่อประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 821 คน จากจำนวน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 4,200 คน ตามหลักเกณฑ์ 1 ใน 5 ส่งเรื่องถึงผู้ว่าฯ ว่าขอให้จัดการลงมติถอดถอน นายประกาศิต แจ่มจำรัส นายก อบต.ท้ายน้ำ
ทั้งนี้เนื่องจากมีพฤติกรรมและจริยธรรมไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง ซึ่ง กกต.พิจิตร ได้รับเรื่องและจะต้องดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและจัดให้มีการเข้าคูหาลงคะแนนว่าจะถอดถอนหรือไม่ภายใน 90 วัน ซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งซึ่งจะต้องตรวจดูรายชื่อที่เป็นปัจจุบันอย่างน้อย 3 ใน 4 ต้องมาใช้สิทธิ์และในจำนวน 3 ใน 4 ต้องลงมติว่าถอดถอน นายก อบต. ผู้นี้ เกินกว่า 50% จึงจะบรรลุเป้าหมายของประชาชน
อย่างไรก็ตามขณะนี้ กกต.พิจิตร ก็กำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งถือได้ว่ากรณีนี้เป็นกรณีศึกษาครั้งแรกของจังหวัดพิจิตรที่จะเป็นบทเรียนให้ นายก อบต. หรือ นักการเมืองท้องถิ่นได้พึงสังวรไว้ว่าประชาชนเค้า “เลือกตั้งได้ก็ถอดถอนได้” นี่คืออำนาจของประชาชน แต่ถ้าทำครั้งแรกแล้วไม่สำเร็จกฎหมายก็ไม่ได้เขียนไว้ว่าถ้าถูกยกคำร้องหรือยกฟ้องก็ไม่ห้ามให้มาฟ้องอีก แต่ถ้าเป็นคนดีก็ไม่ต้องหวาดวิตกอะไรเพราะผลการโหวตหรือการลงคะแนนจะเป็นตัวชี้ขาดดังกล่าว
นอกจากนี้ในประเทศไทยเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นครั้งแรกที่ตำบลห้วยโกร๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2550 ซึ่งเป็นผลให้ นายก อบต.ห้วยโกร๋น ต้องพ้นจากตำแหน่งนับตั้งแต่วันที่ลงคะแนนถอดถอนมาแล้วจึงกลายเป็นกรณีศึกษาดังกล่าว







