
ทบ.ยก3ข้อยันทหารไม่เกี่ยวเหตุเผาเซ็นทรัลเวิลด์
ทบ. โต้คำให้การ "คดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์"หวั่นสังคมเข้าใจผิด ยกข้อเท็จจริง 3 ข้อแจงย้ำขณะเกิดเหตุทหารยังเข้าไม่ถึง
ทบ. โต้คำให้การ "คดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์"หวั่นสังคมเข้าใจผิด ยกข้อเท็จจริง 3 ข้อแจงย้ำขณะเกิดเหตุทหารยังเข้าไม่ถึง
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบกชี้แจงกรณีมีสื่อได้นำเสนอเรื่องที่ศาลอาญาได้นับสืบพยานจำเลยคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อปี 2553 โดยพยานคือพ.ต.ท.ชุมพล บุญประยูร ที่ปรึกษาด้านอัคคีภัยกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลพัฒนาได้เบิกความว่า ช่วงที่มีการชุมนุมได้ประสานและรู้จักกับผู้ชุมนุมโดยเฉพาะกลุ่มการ์ดเป็นอย่างดีโดยในวันเกิดเหตุก็ไม่เห็นหน้าคนกลุ่มนี้เลยและเมื่อตรวจภาพจากกล้องเห็นว่ากลุ่มที่เข้ามาแต่งกายคล้ายทหาร ถืออาวุธ มีหมวกปิดบังใบหน้าเข้ามาในห้างเซ็นทรัลเวิลด์โดยทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามต้านทานแต่กลับถูกปาระเบิดใส่
โฆษกทบ. กล่าวว่า การนำถ้อยคำดังกล่าวมานำเสนอผ่านสื่อในลักษณะนี้ในขณะที่กระบวนการศาลยังไม่เสร็จสิ้นอาจทำให้สังคมสับสนและเข้าใจผิดในตัวเจ้าหน้าที่ทหารได้
พ.อ.วินธัย กล่าวว่ากองทัพบกขอเรียนเพิ่มเติมสำหรับข้อเท็จจริงขอสถานการณ์ในช่วงนั้นว่า
1. เหตุการณ์การเผาเซ้นทรัลเวิลด์เริ่มในช่วง 14.00-15.00 น.ขณะนั้นทหารยังไม่สามารถเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุได้กว่าจะเข้าไปได้ก็ประมาณเวลา 21.00 น.ซึ่งทุกจุดได้ถูกเผาเสียหายไปจนหมดแล้ว แต่มีข้อสังเกตของสังคมเวลานั้นจะมีข่าวกระแสการปลุกเร้าจากคนบางกลุ่มให้เผาทำลายทรัพย์สินในหลายๆรูปแบบอยู่เป็นระยะๆ จนนำไปสู่การเผาทำลายจริงในต่างจังหวัดหลายพื้นที่
สำหรับใน กทม.นอกจากเซ็นทรัลเวิลด์ก็ยังมีอีกหลายจุดที่ถูกเผาวางเพลิงด้วยเช่นกัน
2. สำหรับเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนจะไม่มีระเบิดเป็นเครื่องมือที่ใช้ในภารกิจนี้ แต่ในทางกลับกันเจ้าหน้าที่ทหารเองจะเป็นฝ่ายถูกทำร้ายด้วยระเบิดจากผู้ไม่หวังดีอยู่หลายครั้ง
3.ในปัจจุบันการแต่งกายคล้ายทหารจะพบเห็นได้ทั่วไปโดยเฉพาะการสวมชุดลายพราง เพราะสามารถจัดหาได้ตามท้องตลาดทั่วไปมิได้มีแต่เจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้นที่สวมใส่ และที่สำคัญที่ผ่านมามีผู้ที่กระทำความผิดหลายคนที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับได้ก็จะแต่งกายในลักษณะนี้หลายคน
อย่างไรก็ตามกองทัพบกเชื่อมั่นในระบบกระบวนการยุติธรรมผู้ที่ทำความผิดคงไม่สามารถเบี่ยงเบนหรือพยายามชี้นำสังคมไปในทิศทางตรงข้ามกับความเป็นจริงได้







