posttoday
เจาะแผนไทยตุนเสียงโซนรอบนอก 3.5 แสน

เจาะแผนไทยตุนเสียงโซนรอบนอก 3.5 แสน

07 กุมภาพันธ์ 2556

แม้ว่าผลโพลของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย จะขึ้นนำเหนือแชมป์เก่าอย่างต่อเนื่อง แต่ใช่ว่าทีมยุทธศาสตร์พรรคจะประมาทได้ นั่นเพราะพรรคประชาธิปัตย์มีทีม สส. สมาชิกสภา กทม. (สก.) และสมาชิกสภาเขต (สข.) ยึดกทม.ชั้นในอย่างเหนียวแน่น

แม้ว่าผลโพลของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย จะขึ้นนำเหนือแชมป์เก่าอย่างต่อเนื่อง แต่ใช่ว่าทีมยุทธศาสตร์พรรคจะประมาทได้ นั่นเพราะพรรคประชาธิปัตย์มีทีม สส. สมาชิกสภา กทม. (สก.) และสมาชิกสภาเขต (สข.) ยึดกทม.ชั้นในอย่างเหนียวแน่น

เมื่อคะแนน กทม.ชั้นใน หรือ โซนไข่แดง ยังเป็นรอง จึงเตรียมเดินแผนดันคะแนนเสียงโซนรอบนอก หรือ โซนไข่ขาว ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยเผด็จศึกมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2554 โดยกินเรียบตั้งแต่หลักสี่ ดอนเมือง สายไหม บางเขน คันนายาว มีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ลาดกระบัง

สำหรับเขตชั้นในมีเพียง ลีลาวดี วัชโรบล ที่ชนะในเขตดุสิตราชเทวี ได้เขตเดียว

ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจึงตั้งความหวังให้โซนที่เคยชนะเลือกตั้งต้องได้อย่างต่ำ 3.5 หมื่นเสียง หากเป็นเช่นนั้น เพียง 10 เขต ก็มีตุนไว้แล้ว 3.5 แสนเสียง โดยทุกเขตเดิมล้วนกวาดเสียงทะลุ 3.5 หมื่นทั้งสิ้น ทั้งเขตมีนบุรีของ วิชาญ มีนชัยนันท์ 4.2 หมื่น คลองสามวาของ จิรายุ ห่วงทรัพย์ 3.9 หมื่น หนองจอกของ ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ 3.6 หมื่น ลาดกระบังของ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ 4.4 หมื่น

สอดคล้องกับเสียง สส.บัญชีรายชื่อ ที่เพื่อไทยล้วนมีคะแนนนำ 3 หมื่นอัพในพื้นที่เดียวกัน จึงมั่นใจว่าคุมเสียงได้ไม่ยาก บวกกับแคมเปญหาเสียงที่ส่งพงศพัศลงพื้นที่รอบนอกและตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ก็ล้วนมุ่งหมายจะให้พรรคยึดเสียงเบ็ดเสร็จ

แม้เสียงที่เลือกทั้ง สส.เขตและบัญชีรายชื่อจะเทไปในทางเดียวกัน แต่สนามเลือกตั้งระดับชาติกับท้องถิ่นมีแรงขับดันให้คนออกมาใช้สิทธิต่างกัน โดยสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ ล่าสุดมีผู้ออกมาใช้สิทธิเพียง 2 ล้านคน จากผู้มีสิทธิถึงกว่า 4 ล้านคน

อาทิ เขตคลองสามวา ในสนามเลือกตั้งใหญ่ มีเสียงหนุนเพื่อไทยถึง 3.9 หมื่นเสียง แต่ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งก่อน คนเขตนี้โหวตให้ แซมยุรนันท์ ภมรมนตรี แคนดิเดตเพื่อไทย 1.7 หมื่นเสียงเท่านั้น

ทางเพื่อไทยจึงกระตุ้นให้คนกรุงที่หนุนพรรคออกไปใช้สิทธิมากที่สุด ผ่านการเน้นย้ำว่าถึงเวลาเปลี่ยนแปลงตัวผู้ว่าฯ และยังเชื่อว่าวันที่ 3 มี.ค. เป็นเวลาเหมาะสม เพราะยังไม่เปิดภาคเรียน โดยคนส่วนใหญ่ยังรอเที่ยวช่วงสงกรานต์ ผู้ออกมาใช้สิทธิจึงมากกว่าเดิมแน่นอน

นอกจากนี้ พรรคยังประเมินอีกว่าผลการเลือกตั้งในปี 2552 ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร คว้าไป 9.3 แสน ยุรนันท์ได้ไป 6.1 แสน และ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล 3.3 แสนนั้น ส่วนหนึ่งของการพ่ายแพ้เป็นเพราะเสียงที่เลือกหม่อมปลื้มส่วนใหญ่เป็นเสียงของเพื่อไทย แต่ครั้งนี้สลับขั้ว เพราะผู้สมัครอิสระ 2 ราย ทั้ง โฆสิต สุวินิจจิต และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ต่างตัดคะแนนเสียง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ทั้งสิ้น

ดังนั้น หากยึดคะแนนของเพื่อไทย 6.1 แสนคะแนนเมื่อปี 2552 และการกระตุ้นคะแนนจากพื้นที่โซนรอบนอก สำทับด้วยเสียงเดิมของหม่อมปลื้ม 3 แสนเสียง จะเทมาให้เพื่อไทยไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนเสียง ความหวังในการนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ สักครั้งคงไม่ไกลเกินเอื้อม

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค