
จับสัญญาณ5วันอันตรายชี้ชะตาเสื้อแดง
เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ยอมปรบมือหรือเข้าไปคลุกวงในด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงแม้จะหมัดหนัก แต่เมื่อไม่มีคู่ชก ก็ต่อยวืดวาดในอากาศ ที่สุดก็จะหมดพลังไปเอง
เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ยอมปรบมือหรือเข้าไปคลุกวงในด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงแม้จะหมัดหนัก แต่เมื่อไม่มีคู่ชก ก็ต่อยวืดวาดในอากาศ ที่สุดก็จะหมดพลังไปเอง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงกำลังตกเป็นฝ่ายตั้งรับ เมื่อรัฐบาลสามารถดึงแนวร่วมจากภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว กลุ่มพลังต่างๆ ให้มาชวนถกเรื่อง “พิมพ์เขียว” ของรัฐบาล ที่ยอมอยู่ในอำนาจเพียงสิ้นปี เพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง บิ๊กรัฐบาลรุกต่อเนื่อง กดดันให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเปิดการเจรจารอบที่สาม บนความมั่นใจที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้มีการถ่ายทอดสดอีกครั้ง เพราะเชื่อว่ามีแนวร่วมสนับสนุน ที่รัฐบาลได้แสดงความจริงใจผ่านการเจรจา 2 รอบ ในการที่จะแก้ปัญหาบ้านเมืองด้วยการ “ถอยหนึ่งก้าว”
ฝั่งเสื้อแดงเห็นอาการถอยอย่างเห็นได้ชัด เพราะหากเชื่อมั่นว่าการเจรจาออกทีวีช่องเอ็นบีที “หอยม่วง” เป็นประโยชน์กับคนเสื้อแดงที่ช่วยอธิบายข้อเรียกร้อง หรือโจมตีรัฐบาลผ่านคนดูทั่วประเทศ
แต่เหตุใดแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงถึงไม่กล้าตอบรับการเจรจารอบสามที่ฝ่ายรัฐบาลยอม กระทั่งให้มีการถ่ายทอดสด
ปัญหาของเสื้อแดงคือ การชุมนุม 20 วันที่ผ่านมา ไม่สามารถดึงแนวร่วมจาก “พลังเงียบ” มาเป็นผู้สนับสนุนได้ จะมีก็แต่การ “ตรึงมวลชน” คนเสื้อแดงที่เป็นแฟนประจำดั้งเดิมอยู่แล้ว เมื่อกลุ่มพลังที่หลากหลายในสังคมไม่ได้เอนเอียงไปทางเสื้อแดง ทำให้การประกาศชุมนุมใหญ่ของแกนนำเสื้อแดง “รอบที่สาม” ที่ดีเดย์วันเสาร์ที่ 3 เม.ย.นี้ ดูจะไม่สร้างความตื่นเต้น หรือมีพลังกดดันรัฐบาลได้เหมือน 2 สัปดาห์แรก ยุทธวิธีตามที่ วีระ มุสิกพงศ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แพลมออกมาคือ จะมีมวลชนเรือนแสนที่เคลื่อนมาจากต่างจังหวัดมาชุมนุมที่ถนนราชดำเนินเช่นเดิม และครั้งนี้จะยกดับเข้มข้นมากขึ้น โดยอาจให้เอกเซอร์ไซส์ไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือบุกไปที่บ้านพัก อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.
ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ ระบุว่า จะมีแก๊งมอเตอร์ไซค์นับหมื่นคันเคลื่อนพลไปที่จุดดังกล่าว
เป้าหมายคือ กดดันคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังค้างอยู่ใน กกต. เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเป็น “สองมาตรฐาน” เทียบกับคดียุบพรรคไทยรักไทย หรือพรรคพลังประชาชน
แกนนำเสื้อแดง ยืนยันว่า การขับเคลื่อนทั้งหมดยังยึดหลักสงบ สันติ อหิงหา ไม่รุนแรงตามแนวทางของกลุ่มเสื้อแดงเห็นได้ว่า ตลอด 20 วัน แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงใช้ยุทธวิธีหลากหลาย “ยั่ว-ยุ-แยง” สร้างการเผชิญหน้า เพื่อให้รัฐบาลหมดความอดทนจนต้องหันมาปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดง
โดยเฉพาะการยั่วหยามเกียรติให้คู่กรณีพรรคประชาธิปัตย์เจ็บใจด้วยการนำเลือดคนเสื้อแดงนับแสนซีซีไปเทหน้าทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ และบ้านพักนายกฯ อภิสิทธิ์ พร้อมกับเล่นคุณไสยทำพิธีสาปแช่ง
แต่อภิสิทธิ์ก็อดทนถึงขีดสุด...
เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ตกหลุมพรางเกมเผชิญหน้า กระทั่งยุทธวิธี “ยั่วให้ปราบ” ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนพลขับไล่ทหารพ้นจุดประจำการตามวัดต่างๆ และพื้นที่โดยรอบบริเวณที่ชุมนุม ที่สุดรัฐบาลก็ยอมให้ “ทหารไร้อาวุธ” ออกจากที่ประจำการ เพื่อลดการเผชิญหน้า และป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างสถานการณ์
ส่วนยุทธวิธีของคนเสื้อแดงที่เหลือ เช่น การเคลื่อนทัพแดงทั้งแก๊งมอเตอร์ไซค์ ปิกอัพ พร้อมมวลชนเกือบแสนชีวิต เลื้อยตามถนนหลักในกรุงเทพฯ หรือการบุกกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ฐานบัญชาการของอภิสิทธิ์ เพื่อแสดงพลัง ก็ทำได้แค่สร้างความหวาดเสียวให้กับรัฐบาล ซึ่งก็ไม่สามารถปิดเกมจนอภิสิทธิ์ต้องประกาศยุบสภา
ทว่า หลังเปิดการเจรจากับรัฐบาล 2 ครั้ง ฝั่งรัฐบาลสามารถเก็บแต้มได้ทุกเม็ด ทำให้ม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงเกิดอาการหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด จนทัพน้อยจาก “ขวัญชัย ไพรพนา” ประธานชมรมคนรักอุดร ขอนำคนอุดร 4,000 คน เดินทางกลับ เพราะเห็นว่าสู้ไปก็ไม่มีชัยชนะ!!!! “ทักษิณ ชินวัตร” เครียดจัด... สั่งเติมน้ำเลี้ยงให้คนอุดรที่เป็นกำลังหลักอยู่ต่ออีกก๊อก เพื่อปิดเกมให้ได้ก่อนวันจักรีในวันที่ 6 เม.ย.
เป็นเวลา 5 วันอันตรายจากนี้ เพื่อบีบให้อภิสิทธิ์ต้องยุบสภา
ดังนั้น ถ้าวันที่ 3 เม.ย. ที่แกนนำนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง หรือจะลากไปถึงวันที่ 6 เม.ย. ยังทำอะไรไม่ได้อีก ก็จะเป็นช่วงขาลงของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องเดินทางกลับบ้านไปเล่นน้ำเทศกาลสงกรานต์
น่าสนใจว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะใช้ยุทธวิธีอะไรล้มรัฐบาลอีก เพราะที่ผ่านมาก็ใช้กลเกมหลากหลาย ทั้งบู๊ ทั้งบุ๋น แต่ก็ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้
แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงยังคงเล่นเกมใช้มวลชนเผชิญหน้ารัฐบาล หากฝ่ายรัฐบาลคุมอารมณ์ไม่อยู่ กระทำกับกลุ่มคนเสื้อแดงจนเกิด “เลือดหยดเดียว” หรือ “ศพเดียว” เมื่อไร ก็เข้าทางที่แกนนำพร้อมสั่งใช้ความรุนแรงตอบโต้กลับเพื่อสร้างความปั่นป่วนจนรัฐบาลคุมสถานการณ์ไม่ได้
เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ยอมปรบมือหรือเข้าไปคลุกวงในด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงแม้จะหมัดหนัก แต่เมื่อไม่มีคู่ชก ก็ต่อยวืดวาดในอากาศ ที่สุดก็จะหมดพลังไปเอง
แน่นอนการชุมนุมโดย “สงบ-สันติวิธี-ไม่มีอาวุธ” เป็นชัยชนะ แต่เป็นชัยชนะที่ต้องสะสมในระยะยาว ไม่ใช่เร่งจะปิดเกมให้ได้วันสองวัน หรือเดือนสองเดือนตามที่ต้องการ
ถ้าจะล้มรัฐบาลได้ ก็ต้องใช้วิธีดิบๆ ใต้ดิน วางระเบิด ยิงกราด ทำให้คนกรุง ตกอยู่ในอาณาจักรของความหวาดกลัว ทุกวัน จนทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ไม่สามารถสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนอยู่ได้อย่างปกติสุข
ที่สำคัญ เหตุบึ้มป่วนเมืองตามจุดสัญลักษณ์ของรัฐบาล ซึ่งเกิดขึ้นคู่ขนานกับการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงนับตั้งแต่วันแรกจนถึงขณะนี้ก็ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่รัฐบาลยังไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้สักราย
วงในรัฐบาลยอมรับว่า เหตุที่คว้าน้ำเหลวก็เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ชื่นชอบเสื้อแดง จึงเกิดอาการ “เกียร์ว่าง”
การแสดงพลังของม็อบแดงอีกครั้งในวันที่ 3-6 เม.ย. หากยังยืนบนหลักสันติวิธี ไม่สามารถบีบให้อภิสิทธิ์ยุบสภาได้แน่นอน แต่การเป่านกหวีดเรือนแสนอีกรอบ เพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่าม็อบแดงยังมีพลัง ไม่ฝ่อง่ายๆ
แต่นานวัน ทักษิณและเสื้อแดงยิ่งติดกับดักตัวเอง และวันนี้ดูจะหาทางลงไม่ให้เสียฟอร์มกับมวลชน โดยพร้อมเจรจากับรัฐบาลอีกรอบ ยื่นเงื่อนไขหย่อนลงมา ปรับเวลายุบสภาลงเหลือ 3 เดือน แต่ดูแล้วยาก เมื่อกลุ่มต่างๆ ยืนข้างรัฐบาลมากขึ้น เพราะอยากเห็นประเทศสงบ ไม่เอาม็อบยืดเยื้อ กระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ m







