posttoday
จับสัญญาณ5วันอันตรายชี้ชะตาเสื้อแดง

จับสัญญาณ5วันอันตรายชี้ชะตาเสื้อแดง

01 เมษายน 2553

เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ยอมปรบมือหรือเข้าไปคลุกวงในด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงแม้จะหมัดหนัก แต่เมื่อไม่มีคู่ชก ก็ต่อยวืดวาดในอากาศ ที่สุดก็จะหมดพลังไปเอง

เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ยอมปรบมือหรือเข้าไปคลุกวงในด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงแม้จะหมัดหนัก แต่เมื่อไม่มีคู่ชก ก็ต่อยวืดวาดในอากาศ ที่สุดก็จะหมดพลังไปเอง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงกำลังตกเป็นฝ่ายตั้งรับ เมื่อรัฐบาลสามารถดึงแนวร่วมจากภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว กลุ่มพลังต่างๆ ให้มาชวนถกเรื่อง “พิมพ์เขียว” ของรัฐบาล ที่ยอมอยู่ในอำนาจเพียงสิ้นปี เพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง บิ๊กรัฐบาลรุกต่อเนื่อง กดดันให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเปิดการเจรจารอบที่สาม บนความมั่นใจที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้มีการถ่ายทอดสดอีกครั้ง เพราะเชื่อว่ามีแนวร่วมสนับสนุน ที่รัฐบาลได้แสดงความจริงใจผ่านการเจรจา 2 รอบ ในการที่จะแก้ปัญหาบ้านเมืองด้วยการ “ถอยหนึ่งก้าว”

ฝั่งเสื้อแดงเห็นอาการถอยอย่างเห็นได้ชัด เพราะหากเชื่อมั่นว่าการเจรจาออกทีวีช่องเอ็นบีที “หอยม่วง” เป็นประโยชน์กับคนเสื้อแดงที่ช่วยอธิบายข้อเรียกร้อง หรือโจมตีรัฐบาลผ่านคนดูทั่วประเทศ

แต่เหตุใดแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงถึงไม่กล้าตอบรับการเจรจารอบสามที่ฝ่ายรัฐบาลยอม กระทั่งให้มีการถ่ายทอดสด

จับสัญญาณ5วันอันตรายชี้ชะตาเสื้อแดง

ปัญหาของเสื้อแดงคือ การชุมนุม 20 วันที่ผ่านมา ไม่สามารถดึงแนวร่วมจาก “พลังเงียบ” มาเป็นผู้สนับสนุนได้ จะมีก็แต่การ “ตรึงมวลชน” คนเสื้อแดงที่เป็นแฟนประจำดั้งเดิมอยู่แล้ว เมื่อกลุ่มพลังที่หลากหลายในสังคมไม่ได้เอนเอียงไปทางเสื้อแดง ทำให้การประกาศชุมนุมใหญ่ของแกนนำเสื้อแดง “รอบที่สาม” ที่ดีเดย์วันเสาร์ที่ 3 เม.ย.นี้ ดูจะไม่สร้างความตื่นเต้น หรือมีพลังกดดันรัฐบาลได้เหมือน 2 สัปดาห์แรก ยุทธวิธีตามที่ วีระ มุสิกพงศ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แพลมออกมาคือ จะมีมวลชนเรือนแสนที่เคลื่อนมาจากต่างจังหวัดมาชุมนุมที่ถนนราชดำเนินเช่นเดิม และครั้งนี้จะยกดับเข้มข้นมากขึ้น โดยอาจให้เอกเซอร์ไซส์ไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือบุกไปที่บ้านพัก อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.

ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ ระบุว่า จะมีแก๊งมอเตอร์ไซค์นับหมื่นคันเคลื่อนพลไปที่จุดดังกล่าว

เป้าหมายคือ กดดันคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังค้างอยู่ใน กกต. เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเป็น “สองมาตรฐาน” เทียบกับคดียุบพรรคไทยรักไทย หรือพรรคพลังประชาชน

แกนนำเสื้อแดง ยืนยันว่า การขับเคลื่อนทั้งหมดยังยึดหลักสงบ สันติ อหิงหา ไม่รุนแรงตามแนวทางของกลุ่มเสื้อแดงเห็นได้ว่า ตลอด 20 วัน แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงใช้ยุทธวิธีหลากหลาย “ยั่ว-ยุ-แยง” สร้างการเผชิญหน้า เพื่อให้รัฐบาลหมดความอดทนจนต้องหันมาปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดง

โดยเฉพาะการยั่วหยามเกียรติให้คู่กรณีพรรคประชาธิปัตย์เจ็บใจด้วยการนำเลือดคนเสื้อแดงนับแสนซีซีไปเทหน้าทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ และบ้านพักนายกฯ อภิสิทธิ์ พร้อมกับเล่นคุณไสยทำพิธีสาปแช่ง

แต่อภิสิทธิ์ก็อดทนถึงขีดสุด...

เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ตกหลุมพรางเกมเผชิญหน้า กระทั่งยุทธวิธี “ยั่วให้ปราบ” ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนพลขับไล่ทหารพ้นจุดประจำการตามวัดต่างๆ และพื้นที่โดยรอบบริเวณที่ชุมนุม ที่สุดรัฐบาลก็ยอมให้ “ทหารไร้อาวุธ” ออกจากที่ประจำการ เพื่อลดการเผชิญหน้า และป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างสถานการณ์

ส่วนยุทธวิธีของคนเสื้อแดงที่เหลือ เช่น การเคลื่อนทัพแดงทั้งแก๊งมอเตอร์ไซค์ ปิกอัพ พร้อมมวลชนเกือบแสนชีวิต เลื้อยตามถนนหลักในกรุงเทพฯ หรือการบุกกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ฐานบัญชาการของอภิสิทธิ์ เพื่อแสดงพลัง ก็ทำได้แค่สร้างความหวาดเสียวให้กับรัฐบาล ซึ่งก็ไม่สามารถปิดเกมจนอภิสิทธิ์ต้องประกาศยุบสภา

ทว่า หลังเปิดการเจรจากับรัฐบาล 2 ครั้ง ฝั่งรัฐบาลสามารถเก็บแต้มได้ทุกเม็ด ทำให้ม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงเกิดอาการหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด จนทัพน้อยจาก “ขวัญชัย ไพรพนา” ประธานชมรมคนรักอุดร ขอนำคนอุดร 4,000 คน เดินทางกลับ เพราะเห็นว่าสู้ไปก็ไม่มีชัยชนะ!!!! “ทักษิณ ชินวัตร” เครียดจัด... สั่งเติมน้ำเลี้ยงให้คนอุดรที่เป็นกำลังหลักอยู่ต่ออีกก๊อก เพื่อปิดเกมให้ได้ก่อนวันจักรีในวันที่ 6 เม.ย.

เป็นเวลา 5 วันอันตรายจากนี้ เพื่อบีบให้อภิสิทธิ์ต้องยุบสภา

ดังนั้น ถ้าวันที่ 3 เม.ย. ที่แกนนำนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง หรือจะลากไปถึงวันที่ 6 เม.ย. ยังทำอะไรไม่ได้อีก ก็จะเป็นช่วงขาลงของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องเดินทางกลับบ้านไปเล่นน้ำเทศกาลสงกรานต์

น่าสนใจว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะใช้ยุทธวิธีอะไรล้มรัฐบาลอีก เพราะที่ผ่านมาก็ใช้กลเกมหลากหลาย ทั้งบู๊ ทั้งบุ๋น แต่ก็ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้

แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงยังคงเล่นเกมใช้มวลชนเผชิญหน้ารัฐบาล หากฝ่ายรัฐบาลคุมอารมณ์ไม่อยู่ กระทำกับกลุ่มคนเสื้อแดงจนเกิด “เลือดหยดเดียว” หรือ “ศพเดียว” เมื่อไร ก็เข้าทางที่แกนนำพร้อมสั่งใช้ความรุนแรงตอบโต้กลับเพื่อสร้างความปั่นป่วนจนรัฐบาลคุมสถานการณ์ไม่ได้

เมื่ออภิสิทธิ์ไม่ยอมปรบมือหรือเข้าไปคลุกวงในด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงแม้จะหมัดหนัก แต่เมื่อไม่มีคู่ชก ก็ต่อยวืดวาดในอากาศ ที่สุดก็จะหมดพลังไปเอง

แน่นอนการชุมนุมโดย “สงบ-สันติวิธี-ไม่มีอาวุธ” เป็นชัยชนะ แต่เป็นชัยชนะที่ต้องสะสมในระยะยาว ไม่ใช่เร่งจะปิดเกมให้ได้วันสองวัน หรือเดือนสองเดือนตามที่ต้องการ

ถ้าจะล้มรัฐบาลได้ ก็ต้องใช้วิธีดิบๆ ใต้ดิน วางระเบิด ยิงกราด ทำให้คนกรุง ตกอยู่ในอาณาจักรของความหวาดกลัว ทุกวัน จนทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ไม่สามารถสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนอยู่ได้อย่างปกติสุข

ที่สำคัญ เหตุบึ้มป่วนเมืองตามจุดสัญลักษณ์ของรัฐบาล ซึ่งเกิดขึ้นคู่ขนานกับการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงนับตั้งแต่วันแรกจนถึงขณะนี้ก็ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่รัฐบาลยังไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้สักราย

วงในรัฐบาลยอมรับว่า เหตุที่คว้าน้ำเหลวก็เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ชื่นชอบเสื้อแดง จึงเกิดอาการ “เกียร์ว่าง”

การแสดงพลังของม็อบแดงอีกครั้งในวันที่ 3-6 เม.ย. หากยังยืนบนหลักสันติวิธี ไม่สามารถบีบให้อภิสิทธิ์ยุบสภาได้แน่นอน แต่การเป่านกหวีดเรือนแสนอีกรอบ เพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่าม็อบแดงยังมีพลัง ไม่ฝ่อง่ายๆ

แต่นานวัน ทักษิณและเสื้อแดงยิ่งติดกับดักตัวเอง และวันนี้ดูจะหาทางลงไม่ให้เสียฟอร์มกับมวลชน โดยพร้อมเจรจากับรัฐบาลอีกรอบ ยื่นเงื่อนไขหย่อนลงมา ปรับเวลายุบสภาลงเหลือ 3 เดือน แต่ดูแล้วยาก เมื่อกลุ่มต่างๆ ยืนข้างรัฐบาลมากขึ้น เพราะอยากเห็นประเทศสงบ ไม่เอาม็อบยืดเยื้อ กระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ m

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว