
“เฉลิม”ยันยกเลิกสัญญาโรงพักทดแทน369 แห่ง
แจงพบความผิดปกติตั้งแต่การอนุมัติสัญญา ยาหอม”ธาริต”ฝ่ายการเมืองสั่งไม่ได้ ด้าน พร้อมพงศ์ ร้องให้สอบโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 แห่งเพิ่ม อ้างเข้าข่ายฮั้วประมูล
แจงพบความผิดปกติตั้งแต่การอนุมัติสัญญา ยาหอม”ธาริต”ฝ่ายการเมืองสั่งไม่ได้ ด้าน พร้อมพงศ์ ร้องให้สอบโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 แห่งเพิ่ม อ้างเข้าข่ายฮั้วประมูล
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมกคพ. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถึงกรณีการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 369 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)โดยใช้งบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งว่า มีปัญหาจากการเปลี่ยนสัญญาเดิมจากที่กำหนดให้มี 12 สัญญา และรวมกันประมูลต่อมามีการเปลี่ยนแปลงให้รวมเป็นสัญญาเดียว สร้างไม่เสร็จ จนเกิดปัญหาตำรวจต้องไปอาศัยอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ ตามวัด ต้องเอาผู้ต้องหาไปขังในส้วม สร้างความเดือดร้อนให้ตำรวจ จึงอยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทุกคนในการทำงาน โดยเฉพาะนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ที่เป็นคนตั้งใจทำงานตามหลักกฎหมายที่แม่นยำ ไม่เกรงกลัวอิทธิพล
“การที่มีฝ่ายการเมืองบางฝ่ายกล่าวหาอธิบดีดีเอสไอทำงานรับใช้รัฐบาลนั้น ยืนยันได้ว่าไม่เป็นความจริง และตนก็ไม่เคยสั่งการใดๆให้ทำเป็นการส่วนตัว กรณีดังกล่าวหากไม่ผิดก็คงไม่สามารถสั่งการได้ การดำเนินโครงการดังกล่าวมีความผิดปกติตั้งแต่การอนุมัติสัญญาจากส่วนกลาง เป็นนโยบายจากบนลงล่างทั้งที่ควรดำเนินโครงการจากความต้องการของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก หากฝ่ายใดเห็นว่าถูกกลั่นแกล้งก็ฟ้องร้องได้แต่ตนจะขอให้กำลังใจและยืนเคียงข้างอธิบดีดีเอสไอต่อไป”รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยสั่งอธิบดีดีเอสไอเป็นการส่วนตัว เพราะถ้าไม่ผิดก็สั่งไม่ได้ คนจบนิติศาสตร์และเป็นถึงอัยการเก่า ฝ่ายการเมืองมาสั่งไม่ได้ แต่เรื่องนี้มีคนร้องทุกข์ก็ต้องสอบ คนผิดก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ผิดก็แล้วไป จะพูดว่ากลั่นแกล้งไม่ได้ ผมให้กำลังใจอธิบดีและอยู่เคียงข้าง หากฝ่ายการเมืองเห็นว่าถูกรังแกก็ฟ้องร้องได้
เมื่อถามว่า มีแนวโน้มการยกเลิกสัญญาการก่อสร้างโรงพักฯ หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนยกเลิกคำสั่งแน่นอน พล.ต.อ.อดุลย์แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกตนว่าใกล้ครบสัญญาแล้ว ซึ่งมองว่าเมื่อสัญญาผิดตั้งแต่ต้นก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบสัญญา หลังจากนี้ใครทำสิ่งใดไว้ก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ที่สำคัญคือกฎแห่งกรรม ใครที่ได้เงินไปจากภาษีประชาชนตนขอแช่งให้หายนะและวิบัติ เร็ว ๆนี้ตนจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ จะไปภารกิจอื่นแต่จะแวะไปดูบริษัทที่เป็นคู่สัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ว่าจะสวยแค่ไหน
วันเดียวกันนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือตรวจสอบโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ จำนวน 163 แห่ง ซึ่งพบความผิดปกติในลักษณะเดียวกัน ที่เชื่อว่าเข้าข่ายความผิดพรบ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือฮั้วประมูล เนื่องจากเบื้องต้นพบว่าผู้รับเหมาทิ้งงานก่อสร้าง ยังไม่มีแห่งใดสรัางแล้วเสร็จ และ สัญญาการก่อสร้างแฟลตตำรวจทีขึ้นในปี 2554 สิ้นสุดปี2555 โดยได้มีการขยายสัญญาให้สิ้นสุดในปี 2556
ขณะที่นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอจะรับเรื่องดังกล่าวไปตรวจสอบควบคู่กับโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน โดยในวันศุกร์ ที่ 1 ก.พ. จะสุ่มลงพื้นที่ตรวสอบการก่อสร้างแฟลตตำรวจในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จำนวน 4 แห่ง พร้อมทั้งยืนยันว่าการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจโดยตรงของดีเอสไอหากตรวจสอบพบว่าเป็นการกระทำความผิดฮั้วประมูลดีเอสไอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้







