
สธ.ยันปรับค่าบริการไม่กระทบประชาชน
ปลัดสธ.ยืนยันปรับค่าบริการทางการแพทย์ไม่กระทบประชาชน เหตุคนส่วนใหญ่มีกองทุนสุขภาพดูแลอยู่แล้ว
ปลัดสธ.ยืนยันปรับค่าบริการทางการแพทย์ไม่กระทบประชาชน เหตุคนส่วนใหญ่มีกองทุนสุขภาพดูแลอยู่แล้ว
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า การปรับค่าบริการทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนแน่นอน เพราะประชาชนไทยเกือบ 100 % มีกองทุนสุขภาพภาครัฐทั้ง 3 กองทุนดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลอยู่แล้ว โดยอยู่ในสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการประมาณ 6 ล้านคน กองทุนประกันสังคมประมาณ 9 ล้านคน ที่เหลืออีกประมาณ 48 ล้านคนอยู่ในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นต้นทุนของบริการทางการแพทย์ที่แท้จริงของโรงพยาบาลในภาครัฐ และเป็นราคาที่ต่ำที่สุด เนื่องจากการบริการของภาครัฐเป็นบริการที่ไม่แสวงหากำไร
นพ.ณรงค์กล่าวต่อว่า กลไกในการจ่ายเงินค่าบริการรักษาพยาบาล แต่ละกองทุนมีหลักเกณฑ์ในการจ่ายให้สถานพยาบาล เช่น ประกันสังคมจ่ายในลักษณะเหมาจ่ายให้โรงพยาบาลรายละประมาณ 1,400 บาทต่อปี สวัสดิการข้าราชการ จ่ายตามประเภทการรักษาคือผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
ส่วนกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติเหมาจ่ายเป็นรายหัว และแยกจ่ายตามลักษณะในการให้บริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยในแยกย่อยตามประเภทการรักษา ยกเว้นในรายที่ไม่เข้ารับบริการตามขั้นตอนปกติที่กำหนด ก็จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนน้อยมาก
นอกจากนี้ ในกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามารับการรักษา 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.แรงงานต่างชาติที่เข้ามาถูกกฎหมาย 2.ผู้ติดตามหรือครอบครัวของแรงงานต่างชาติ 3.ชาวต่างชาติที่ข้ามแดนมารักษาในไทย และ4.นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายให้ชาวต่างชาติทุกกลุ่มมีหลักประกันสุขภาพ
กลุ่มที่ดำเนินการแล้วคือกลุ่มที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย อีก 3 กลุ่มที่เหลือกระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการออกแบบการสร้างหลักประกัน โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวของแรงงานต่างชาติ และกลุ่มที่ข้ามแดนมารักษา อาจจะใช้การขายหลักประกันสุขภาพอายุ 1 ปี อยู่ระหว่างการกำหนดอัตราที่เหมาะสม
ในกลุ่มของต่างชาติที่ข้ามแดนมารักษาที่ผ่านมาโรงพยาบาลตามแนวชายแดนของกระทรวงสาธารณสุข 128 แห่งใน 31 จังหวัด รับภาระค่ารักษาปีละประมาณ 250 ล้านบาท เฉพาะที่จ.แม่ฮ่องสอนจังหวัดเดียวมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 60 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้จะสามารถรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วย







