posttoday
พระวิหาร-นิรโทษกรรม ชนวนปลุกกระแสต้านรบ.'ปู'

พระวิหาร-นิรโทษกรรม ชนวนปลุกกระแสต้านรบ.'ปู'

27 มกราคม 2556

นับถอยหลังการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารที่ทั้งไทยและกัมพูชาต้องไปแถลงการณ์ชี้แจงทางวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

นับถอยหลังการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารที่ทั้งไทยและกัมพูชาต้องไปแถลงการณ์ชี้แจงทางวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

หรือศาลโลกในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งการต่อสู้กันในครั้งนี้มีอธิปไตยชาติบนพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเดิมพัน ทำให้บรรยากาศการเมืองทั้งการเมืองภายในและการเมืองระหว่างประเทศกลับมาร้อนอีกครั้ง เพราะทั้งไทยและกัมพูชาต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อนไทยและกัมพูชา ที่ตั้งอยู่ที่ชายแดนไทยด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และชายแดนกัมพูชาด้านจังหวัดพระวิหาร

รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทราบกันดีว่ามีสายสัมพันธ์อันดีระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชา แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไทยจะต่อสู้คดีเต็มที่ไม่อ่อนข้อ ล่าสุดนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมหารือหน่วยงานความมั่นคงและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมกับทีมทนายปราสาทพระวิหาร พร้อมทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วมหารือแนวทางการทำงานในเรื่องคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งการหารือครั้งสำคัญหนนี้ ได้สอบถามความคืบหน้าข้อมูลที่จะนำไปชี้แจงให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในวันที่ 15-19 เม.ย.นี้

และในการประชุมได้ข้อสรุป คือ 1.รัฐบาลสู้เต็มที่ 2.คณะกรรมการ 2 ฝ่าย จะต้องหารือและร่วมมือในการดำเนินการ และ 3.รัฐบาลจะดำเนินการตามมาตรการของศาลโลกที่ออกมาชั่วคราวอย่างเคร่งครัด โดยการหารือครั้งล่าสุดนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานเพื่อเตรียมข้อมูลให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดี ที่มีกำหนดจะไปพบทีมทนายของไทยที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 8-9 ก.พ.นี้ ซึ่งคาดว่าหลังจากกลับมานายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุมอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้แนวทางและทิศทางการต่อสู้คดีจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และในวันที่ 4 ก.พ.นี้ นายพงศ์เทพ จะมีโอกาสไปร่วมพระราชพิธีพระศพเจ้านโรดมสีหนุ คงจะได้มีการหารือนอกรอบกับนายฮุนเซน ในเบื้องต้นถึงแม้จะไม่มีผลทางกฎหมายแต่ถือเป็นเรื่องที่ดีด้านสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

พระวิหาร-นิรโทษกรรม ชนวนปลุกกระแสต้านรบ.'ปู'

 

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องรัฐบาลถึงความโปร่งใสว่าวาระซ่อนเร้นหรือผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง 2 รัฐบาล ดังนี้ 1.สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ต้องการที่จะปกป้องดินแดนในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งกัมพูชาพยายามที่จะครอบครอง จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้กัมพูชาไม่พอใจและนำไปสู่การยื่นฟ้องต่อศาลโลก 2.เรื่องพื้นที่ทางทะเลที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยกเลิกเรื่องเส้นเขตแดนเพื่อป้องกันไม่ให้ไทยเสียประโยชน์ และเป็นการพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทำให้ประเทศกัมพูชาไม่พอใจ และ 3.มีการใช้แผนที่ทับซ้อนทางทะเลเพื่อฮุบเอาทรัพยากรประเทศโดยมีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่เบื้องหลัง

ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รีบออกมาตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทันที พร้อมกับปฏิเสธว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และนายฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในอ่าวไทย แต่ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์หยุดกล่าวหาได้แล้ว ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า หากหาหลักฐานว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีหุ้นหรือมีสัมปทานก๊าซในทะเลอ่าวไทยจะยกสัมปทานให้คนที่มีหลักฐานทันที

นปช.กดดันรัฐบาลนิรโทษกรรม

นับว่าเป็นแรงกดดันภายในพรรคเพื่อไทย เมื่อแกนนำคนเสื้อแดงพยายามกดดันให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เร่งออกร่าง พ.ร.ก.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 19 ก.ย. 2549 ถึงวันที่ 10 พ.ค. 2554 พ.ศ.... ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังแกนนำคนสำคัญของกลุ่มแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทยอยโดนข้อหาและศาลสั่งพิพากษาจำคุก และยังมีแกนนำอีกหลายรายที่คดีความที่ถูกฟ้องร้องตามกระบวนการทางกฎหมายกำลังใกล้ตัดสินพิพากษาเข้ามาทุกขณะ และเดียวกันมวลชนคนเสื้อแดงอีกจำนวนมากที่ร่วมชุมนุมต่อสู้ยังคงไม่ได้รับอิสรภาพ

เช่น แกนนำฮาร์ดคอร์ อย่าง นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” ที่ปรึกษานายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ที่เมื่อปีกลาย เคยถูกศาลถอนประกันตัวมาแล้วรอบหนึ่ง กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็โดนเพิ่มอีกหนึ่งกระทง โดยเป็นข้อหาเดียวกับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการนิตยสารวอยซ์ ออฟ ทักษิณ (VOICE OF TAKSIN) และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา เพื่อประชาธิปไตยนับเป็นรายล่าสุดที่ศาลมีคำพิพากษาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นและแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ และองค์รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ศาลมีคำสั่งจำคุก 10 ปี โดยไม่รอลงอาญา

จากเหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งเหมือนทำให้ แกนนำ นปช.ต้องเร่งเวลาออกนิรโทษกรรมให้เร็วขึ้น ล่าสุดนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วย การส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ออกมารับลูกเช่นกัน ด้วยการทำหนังสือถึง สส. และ สว. โดยทำข้อเสนอเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม : จุดเริ่มต้นกระบวน การสร้างความสามัคคีของคนในชาติ ทั้งนี้ การตรากฎหมายนิรโทษกรรมฯ ดังกล่าวสมควรที่จะทำในรูปแบบ พ.ร.บ. และควรริเริ่มมาจากสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ขอบเขตการนิรโทษกรรมจะครอบคลุมการกระทำใดๆ ของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจากคำพิพากษาหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งยังไม่ถึงที่สุดหรือยังไม่ได้ถูกฟ้องคดีต่อศาล

ในขณะที่ พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงนำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. จะเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้ ครม. ออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมทางการเมืองแก่มวลชนคนเสื้อแดงโดยเร็ว

‘ชุมพล ศิลปอาชา’ อสัญกรรม

นับเป็นการสูญเสียบุคคลทางการเมืองคนสำคัญนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ถึงแก่อสัญกรรมลงอย่างสงบด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน และติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2556 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

ยอมรับว่าการสูญเสียนายชุมพล สิ่งสำคัญ คือ การนำตัวส่งจากสถานที่ทำงานที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ไปยังโรงพยาบาลได้ล่าช้าจนแพทย์ไม่สามารถเยื้อชีวิตไว้ได้ทัน ดังนั้นจึงกลายเป็นที่มา ทำให้รัฐบาลเปิดห้องบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินประจำทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ ภายในห้องพยาบาลจะมีทีมแพทย์ฉุกเฉิน 1 ชุด คือ แพทย์ 1 คน และพยาบาล 1 คน พร้อมกับเตียงผู้ป่วย 1 เตียง อุปกรณ์ฉุกเฉิน และยารักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนมาขอเบิกยาได้ตลอดเวลา เปิดให้บริการเวลา 08.30-16.00 น.

ส่วนทีมกู้ภัยประจำรถฉุกเฉินทางการแพทย์จะมีประจำทำเนียบรัฐบาลตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งสำคัญในการทำห้องพยาบาลขึ้นนี้ เป็นความคิดริเริ่มของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่าการเจ็บป่วยกะทันหันเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องได้รับการดูแล ซึ่งไม่เฉพาะบุคคลสำคัญ แต่รวมถึงประชาชนทั่วไป สำหรับค่าใช้จ่ายในห้องบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินประจำทำเนียบรัฐบาล จะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข


 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ