
แตะเบรกปล่อยใบอนุญาตรง.ใหม่
โพสต์ทูเดย์
— ชะลอออกใบอนุญาตโครงการลงทุนขนาดใหญ่ รอความชัดเจนกฎหมายผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาตรา 67นายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ชะลอออกใบอนุญาตแก่โครงการขนาดใหญ่ที่อาจเข้าข่ายส่งผลกระทบรุนแรงตามมาตรา 67 วรรค 2
ทั้งนี้ เบื้องต้นมีโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าหนองแซง ขนาด 1,600 เมกะวัตต์ ยื่นขอใบอนุญาตเข้ามา และอาจเข้าข่ายดังกล่าวอยู่ กรมจะรอความชัดเจนของประกาศบัญชีรายชื่อประเภทกิจการรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมก่อน ขณะที่ขั้นตอนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น คาดว่าจะดำเนินการได้ในอีก 56 เดือน โดยผู้ประกอบการที่ถูกศาลปกครองสั่งระงับโครงการชั่วคราวคงจะเริ่มดำเนินการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และสุขภาพ (เอชไอเอ) และในขั้นตอนสุดท้ายจึงมาผ่านกระบวนการของหน่วยงานอนุมัติอนุญาต
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้สำนักที่เกี่ยวข้องจัดกลุ่มงานใหม่ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการให้คณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นประชาชน พร้อมประสานจัดเตรียมความพร้อมรับฟังความคิดเห็น และความพร้อมในการอนุญาตของแต่ละสำนัก
ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำคู่มือมาตรฐานในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ คาดว่าจะเสร็จภายในเดือน พ.ค. 2553 และแล้วจะอบรมเจ้าหน้าที่ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการทราบ ภายในเดือน มิ.ย. 2553 กรมจะมีความพร้อมในการพิจารณาอนุญาตโครงการตามรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ ประเมินว่าในการรับฟังความเห็นของโครงการที่กระทบชุมชนอย่างรุนแรงจะมีค่าใช้จ่ายโครงการละ 5 แสนบาท ซึ่งได้เตรียมงบประมาณส่วนนี้ไว้แล้ว โดยโครงการลงทุนในมาบตาพุดที่กรมโรงงานฯ เป็นผู้ออกใบอนุญาตมี 7 โครงการ รวมงบที่จะใช้ 3.5 ล้านบาท
สำหรับกฎกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 พ.ค.นี้ กรมเตรียมจะเสนอให้ต่ออายุอีก 1 ปี ถึงเดือน พ.ค. 2554 เพื่อยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานให้กับโรงงานจำพวก 2 ที่มีเครื่องจักร 2050 แรงม้า และโรงงานจำพวก 3 ที่มีเครื่องจักร 50 แรงม้าขึ้นไป เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จึงควรช่วยเหลือก่อน
ทั้งนี้ได้ออกกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้ผู้ประกอบการใน จ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ในปี 25532557 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการจ้างงาน







