
กทม.แกรนด์เซลล์
“พล.ต.อ.พงศพัศ”ชูสโลแกน “ไร้รอยต่อ” เป็นจุดขาย
“พล.ต.อ.พงศพัศ”ชูสโลแกน “ไร้รอยต่อ” เป็นจุดขาย
โดยเหตุผลจะเกิดการทำงานประสานงานกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ ต้องบูรณาการร่วมกัน ลดความซ้ำซ้อนให้ประชาชนมีคุณภาพดีขึ้น
ขณะที่นโยบายในโค้งแรกนี้มีอยู่ด้วยกัน 10 นโยบาย ดังนี้
ปรับค่าบริการรถโดยสารประจำทาง (ไม่ปรับอากาศ) ให้ประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดสายครอบคลุม 1,600 คันทั้ง กทม.จากเดิมที่รัฐบาลประกาศให้ใช้บริการไม่เสียค่าใช้จ่ายเพียง 800 คัน ขณะที่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศปรับราคาเป็น 10 บาทตลอดสาย
ปรับค่าบริการรถไฟฟ้าบีทีเอส 20 บาทตลอดสาย ให้ประชาชนลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น
ใช้งบประมาณ กทม. อุดหนุนค่าบริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ โดยให้ประชาชนไม่เสียค่าบริการตลอดสาย ปรับปรุง 27 ท่าเทียบเรือให้มีประสิทธิภาพ เปลี่ยนสเปกเรือ 72 ลำ เป็นเรือติดกระจกรอบลำเรือ และเพิ่มจำนวนเรือรองรับผู้โดยสาร
ติดตั้งกล้องซีซีทีวีไม่จำกัดจำนวน เดินหน้านโยบายฝากบ้านไว้กับตำรวจตลอด 365 วัน
นำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน โดยประสานความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง โดยนำร่องถนนสายเศรษฐกิจใน กทม.
ปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุใน กทม. 1,200 บาททุกคนถ้วนหน้า ไม่จ่ายเฉลี่ยตามลำดับอายุของผู้สูงอายุ
ยกระดับศูนย์สาธารณสุขชุมชนทั่ว กทม. เป็นโรงพยาบาลชุมชน และให้โรงพยาบาล กทม. 8 แห่งจัดแพทย์เคลื่อนที่ออกดูแลผู้สูงอายุ
แก้ปัญหายาเสพติด เดินหน้าโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานคืน ครอบคลุม 2,020 ชุมชนทั่ว กทม.
สร้างทางเดินเท้า และทางรถจักรยานทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาว 17 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานพระราม 8 ถึงสาทร
ชู กทม.เป็น กรีน ซิตี เน้นปลูกต้นไม้ และเพิ่มสวนสาธารณะ จัดทำรถรางไฟฟ้าปรับอากาศช่วยลดมลพิษให้บริการรอบเกาะรัตนโกสินทร์







