posttoday
ชาวนายุคจำนำข้าว ต้นทุนขยับลำบากเข็ญ

ชาวนายุคจำนำข้าว ต้นทุนขยับลำบากเข็ญ

26 มกราคม 2556

นโยบายรับจำนำข้าว แม้จะทำให้ชาวนามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีความหวังต่ออาชีพเกษตรกร

นโยบายรับจำนำข้าว แม้จะทำให้ชาวนามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีความหวังต่ออาชีพเกษตรกร

โดย...สายอรุณ ปินะดวง

นโยบายรับจำนำข้าว แม้จะทำให้ชาวนามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีความหวังต่ออาชีพเกษตรกร แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้เกษตรกรต้องมีต้นทุนสูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับสูบน้ำเข้าที่นา เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น และการทำนาปีละหลายรอบ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับชาวนาซึ่งไม่มีที่นาเป็นของตนเองต้องเช่าที่ดินทำนา ยังไมด้รับผลกระทบจากค่าเช่าที่ดินที่สูงขึ้นอีกด้วย

สมชาย เข็มเพชร นายกสมาคมเกษตรกรอ.จุน จ.พะเยา บอกเล่าถึงผลพวงหลังราคาข้าวพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า ค่าเช่านาได้มีการปรับขึ้นทุกระยะ 1-2 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2548-2549 ค่าเช่านาปีไร่ละ 500-1,000 บาท มาถึงปี 2551-2552 ปรับขึ้นอีกไร่ละ 300-500 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ว่ามีระบบส่งน้ำที่ดีและสะดวกเพียงใด และต่อมาปี 2553-2554 ขยับขึ้นมาพรวดพราดขึ้นมาเป็นไร่ละ 1,800 -2,000 บาท กระทั่งปัจจุบัน ในรอบการทำนาปี 2555 และ 2556 นี้ ค่าเช่าที่นาได้ปรับเพิ่มขึ้นอีกเป็นไร่ละ 2,500-3,000 บาท แต่หากเช่าเฉพาะทำนาปรัง ก็จะตกไร่ละ 2,000-2,500 แต่หากเช่าทั้งนาปีและนาปรัง ค่าเช่าก็จะสูงถึงไร่ละ 3,500-4,000 บาท

ชาวนายุคจำนำข้าว ต้นทุนขยับลำบากเข็ญ

 

“ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเช่าที่นาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา คือ เริ่มตั้งแต่รัฐบาลมีนโยบายประกันราคาเป็นต้นมา มีผลอย่างมาก ต่อมานโยบายประกันราคาข้าวของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็มีผลตามมาอีก ดังนั้นนโยบายประชานิยมของรัฐบาลทั้งประกันราคาและรับจำนำข้าว ล้วนส่งผลทำให้ค่าเช่านาเพิ่มสูงขึ้น” นายสมชาย กล่าว

เมื่อค่าเช่าที่นาแพงขึ้น ชาวนาก็ต้องกันมาใช้วิธีใส่ปุ๋ยบำรุงดินเพื่อหวังจะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และทำนาปีละหลายรอบ

สมชายบอกว่า มีการทำนาปรังเพิ่มขึ้น โดยปกติการทำนาปรังใช้เวลาเพียง 3 เดือนจึงจะเก็บเกี่ยว เมื่อต้องการเพิ่มรอบการทำนาปรังมากขึ้น ก็ต้องมีการบำรุงเร่งการเจริญเติบโตของต้นข้าว ด้วยการใส่ปุ๋ย ยาคุมหญ้า และน้ำก็ต้องแย่งกันใช้ เมื่อข้าวถูกบำรุงด้วยสารเคมี ทำให้เกิดความเป็นห่วงในระยะยาวเสี่ยงต่อคุณภาพข้าวคือ เกรงว่าจะมีสารเคมีหรือสารพิษตกค้างในข้าว ในดิน และแหล่งน้ำธรรมชาติ การเสี่ยงต่อภาวการณ์เกิดโรคระบาดในนาข้าว และเมื่อคุณภาพข้าวเปลี่ยนไปก็อาจจะกระทบกับราคาข้าวในอนาคต

“เมื่อทำนาบ่อยครั้งทำให้ดินไม่ได้พักตัว อาจจะมีเชื้อโรค เชื้อรา ที่ฟักตัวอยู่ในดิน เป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคระบาดในนาข้าวตัวใหม่ หรือเกิดอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้คุณภาพดินก็อาจจะเสื่อมเพราะสารเคมี พร้อมทั้งพันธุ์ข้าวอาจจะกลายพันธุ์ ฯ ปัญหาความเสี่ยงเหล่านี้เกรงว่าจะหลีกเลี่ยงได้ยาก หากระบบการทำนาปรังยังเฟื่องฟูตามนโยบายประชานิยม โดยไม่มีการสร้างองค์ความรู้และการป้องกันเรื่องคุณภาพของดินและผลผลิตข้าว” นายกสมาคมเกษตรอ.จุน บอกเล่าถึงความห่วงใย

ด้าน สมาน บัวจ้อย ชาวนาบ้านทุ่งลอ ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ก็บอกว่า หลังจากที่ชาวนาได้ทำนาปรังโดยการหว่านข้าวไปแล้วนานประมาณ 2-3 สัปดาห์ ขณะนี้ต้องเริ่มใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าว ทำให้ต้องหาซื้อปุ๋ยเคมีสูตรต่าง ๆ นอกจากใส่ปุ๋ยแล้ว บางรายยังบอกว่าเนื่องจากนาปรังจะต้องเร่งบำรุงให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 3 เดือน จึงต้องบำรุงทั้งปุ๋ยเคมี ยาคุมหญ้า และการให้น้ำอย่างเพียงพอ แต่ปัญหาหนึ่งสำหรับชาวนาที่ยังวิตกคือ เกรงว่าน้ำอาจจะไม่พอจนถึงช่วงต้นข้าวเริ่มโตและใกล้ออกรวง ทำให้ชาวนาทุกแปลงต่างพยายามใช้วิธีการต่างๆ ให้ได้น้ำมาใส่ข้าวนาปรัง เช่น การสูบน้ำบาดาลขึ้นมาจากใต้ดิน การสูบน้ำจากแหล่งน้ำทางธรรมชาติที่มีด้วยพลังงานไฟฟ้า ตามแต่จะมีวิธีทำได้

ชาวนายุคจำนำข้าว ต้นทุนขยับลำบากเข็ญ

 

“นาปรังมีผลผลิตและรายได้กว่านาปีถึง 3 เท่าตัว ทำให้เกิดการเช่าหลังนาเพื่อทำนาปรังกันมากขึ้น โดยการเช่าหลังนาคือการขอเช่านาปีจากเกษตรกรรายอื่นเพื่อทำนาปรัง กำลังเป็นที่นิยมกันมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะในปีนี้ นโยบายการรับจำนำข้าวทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น การเช่าหลังนาจึงมีมากขึ้น”

ชาวนาอีกรายหนึ่งในพื้นที่ ต.ลอ อ.จุน ซึ่งแม้นจะมีที่นาอยู่ถึง 10 ไร่ แต่ก็ไม่ได้ทำนาเอง เนื่องจากราคาผลผลิตในอดีตมิได้มากมายเช่นปัจจุบัน จึงให้เพื่อนบ้านเช่าเพื่อทำนา โดยทำสัญญาเช่าไว้ไร่ละ 3,000-3,500 บาทต่อปี ส่วนนาปรังก็คิดค่าเช่าทำครั้งละ 2,500 บาทต่อไร่ โดยทำสัญญาไว้ 3 ปี แต่เมื่อปีนี้นโยบายรับจำนำข้าวทำให้ราคาข้าวดีขึ้น ชาวนามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ แม้นคิดจะกลับมาทำนาด้วยตนเอง ก็ไม่อาจทำได้ เพราะติดสัญญาเช่าที่ทำไว้ ซึ่งได้แต่ทำใจรอให้หมดสัญญา

แต่ถึงแม้นราคาข้าวจะดีขึ้น หากหักลบกับค่าเช่าที่ดิน ค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช และค่าน้ำมันสูบน้ำเข้าที่นา ไปจนถึงค่าจ้างเก็บเกี่ยวแล้ว ก็นับว่าต้นทุนการทำนานั้นปาเข้าไปเกือบครึ่งของรายได้จากการเข้าโครงการจำนำข้าว แม้ชาวนาจะยังรู้สึกว่า ยังมีกำไร ยังคุ้มค่าที่จะลงทุนทำนาต่อไป แต่ข้อห่วงใยของผู้อาวุโสอย่างสมชาย นายกสมาคมเกษตรกรอ.จุน ที่ห่วเรื่องผลกระทบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งดินและน้ำ รวมทั้งคุณภาพของข้าวไทย ก็เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักและหาทางควบคุม เพื่อรักษาคุณภาพ และชื่อเสียงของข้าวไทยเอาไว้ต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท