
เซรามิกลำปางขึ้นป้ายขายโรงงานทิ้ง
เซรามิกลำปางขึ้นป้ายขายทิ้งโรงงานผลกระทบค่าแรง300-ก๊าซแอลพีจีพุ่ง
เซรามิกลำปางขึ้นป้ายขายทิ้งโรงงานผลกระทบค่าแรง300-ก๊าซแอลพีจีพุ่ง
นายอธิภูมิ กำธรวรรินทร์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงงานเซรามิกใน จ.ลำปาง ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากขึ้นค่าแรง 300 บาทและก๊าซแอลพีจีพุ่งทำให้แบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้นไม่ไหวต่างทยอยขึ้นป้ายประกาศขายที่ดิน และโรงงานแล้วกว่า 3 แห่ง ซึ่งบางรายแม้ว่ายังประกอบกิจการแต่ก็ขึ้นป้ายขายหากมีผู้ที่สนใจซื้อโรงงานเซรามิกก็จะเลิกกิจการทันที ส่วนโรงงานที่ปิดตัวลง และเลิกจ้างแรงงานไปแล้ว ได้ขึ้นป้ายประกาศขายทั้งโรงงาน และอุปกรณ์ผลิตเซรามิกทั้งหมด
ทั้งนี้โรงงานเซรามิก ใน จ.ลำปาง แห่งใด ที่กู้เงินมาลงทุนและหากฝืนทำโรงงานเซรามิกต่อไป ในช่วงนี้ ก็ยิ่งจะมีหนี้สินที่บานปลายออกไปอีก ดังนั้นเพื่อไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้ และมีความหวังที่จะมีเงินทุน นำไปใช้หนี้ หรือเริ่มต้นชีวิตใหม่จึงต้องประกาศขายที่ดิน โรงงานเซรามิก และอุปกรณ์ผลิตเซรามิก ที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อต่อยอดการดำรงชีวิตของผู้ประกอบการโรงงานเซรามิก ให้อยู่รอดต่อไปได้ ในสภาพปัญหาที่เจออยู่ในปัจจุบัน
นายอธิภูมิ กล่าวอีกว่า ได้สำรวจโรงงานเซรามิกใน จ.ลำปาง และได้รับข้อมูลกลับไปว่าโรงงานเซรามิก ที่ยังอยู่รอดขณะนี้ คือ โรงงานขนาดใหญ่ ที่มีการนำเครื่องจักรเทคโนโลยีมาใช้ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่าย ในส่วนของค่าแรงไปได้ นอกจากนี้ ยังมีโรงงานเซรามิกขนาดใหญ่ ได้ปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในทุกส่วนโครงสร้าง ตลอดจนแต่ละโรงงาน ได้หันมานำเครือญาติ มาช่วยงาน เพื่อลดต้นทุนในเรื่องของค่าจ้าง และไม่ต้องจ่ายเงินเข้าประกันสังคมเหมือนแรงงานทั่วไป
นอกจากนี้รวมถึงกรณีการเปลี่ยนการจ้างรายวันมาเปลี่ยนจ้างรายเหมาหรือรายเหมาชิ้นงาน เช่น งานขึ้นรูปถ้วย ชาม จ้างเหมาขึ้นรูป 40 - 50 ชิ้นต่อ 100 บาท วิธีดังกล่าว แต่ละโรงงานก็มีการนำมาใช้เป็นจำนวนมากหลายแห่งใน จ.ลำปาง แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่า จากนี้ไปอีก 3 – 4 เดือน คงได้เห็นโรงงานเซรามิก ใน จ.ลำปาง กว่า 20 % ทยอยปิดกิจการเพิ่มมากขึ้น หรือทยอยปรับลดแรงงานลงอีก ซึ่งน่าจะมีการปรับลดมากกว่า 2,000 คน







