posttoday
ศก.โลกทุบส่งออกปี’55โตแค่3%

ศก.โลกทุบส่งออกปี’55โตแค่3%

24 มกราคม 2556

วางเป้าหมายปีนี้ขอขยับเพิ่ม89%แต่ยอมรับหนักใจค่าเงินบาทอาจทบทวนอีกหลายรอบ

วางเป้าหมายปีนี้ขอขยับเพิ่ม89%แต่ยอมรับหนักใจค่าเงินบาทอาจทบทวนอีกหลายรอบ

ส่งออก ธ.ค.โต 13.45% มูลค่า 1.81 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ตัวเลขรวมทั้งปีหลุดเป้าหมาย โตได้แค่ 3.12%

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทย เดือน ธ.ค. 2555 มีมูลค่า 1.81 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.45% เทียบกับเดือน ธ.ค. 2554 เมื่อเทียบในรูปเงินบาทการส่งออกมีมูลค่า 5.51 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.17% ขณะที่การนำเข้าเดือน ธ.ค. มีมูลค่า 2.04 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.67% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเดือน ธ.ค. 2,365 ล้านเหรียญสหรัฐ

สรุปส่งออกทั้งปี 2555 มีมูลค่า 2.29 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 3.12% ต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะโต 5% ส่วนการนำเข้าทั้งปี 2555 มีมูลค่า 2.47 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.67% ทำให้ไทยขาดดุลการค้า 1.80 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขาดดุล 6.47 แสนล้านบาท

สาเหตุทำให้ยอดการส่งออกปี 2555 ต่ำกว่าเป้าหมายมาจากปัจจัยเศรษฐกิจนอกประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจจากสหภาพยุโรป (อียู) ที่ทำให้กำลังซื้อทั่วโลกหดตัว และส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย แต่ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยแค่ประเทศเดียว หลายประเทศทั่วโลกต่างก็ประสบปัญหาเดียวกัน

นอกจากนี้ ในปี 2556 ยอมรับว่าหนักใจกับสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อการแข่งขันในการทำตลาด เพราะทำให้ราคาสินค้าของไทยแพงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวน หากอยู่ในระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็คงไม่สามารถบังคับเรื่องค่าเงินได้ เพราะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกเสรี

ในส่วนเป้าหมายการส่งออกปี 2556 ยังยืนยันขยายตัวที่ 89% แต่จะทบทวนเป้าหมายอีกครั้งในช่วงเดือน พ.ค. ที่จะประชุมร่วมกับผู้อำนวยการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) จากทั่วโลก เพื่อประเมินว่า จะปรับลดหรือเพิ่มเป้าหมายการส่งออกได้อย่างไร ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงคือค่าเงินบาท อัตราดอกเบี้ย มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศต่างๆ เบื้องต้นจะมีการเตือนภัยให้กับผู้ส่งออกต่อความเสี่ยงดังกล่าวล่วงหน้า เพื่อให้รับมือกับปัจจัยเสี่ยงได้ทันต่อสถานการณ์

ด้านรายละเอียดการส่งออกเดือนธ.ค. โดยหมวดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรลดลง 9.2% สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าวลด 12.4% ยางพารา 20.1% มันสำปะหลัง 15.2% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป 22.6% น้ำตาล 37.7% สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็ง ผักและผลไม้ ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป แต่หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญเพิ่มขึ้น 28.4% โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์เพิ่ม 34.4% เครื่องใช้ไฟฟ้า 22.6% ยานยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ 90.3% วัสดุก่อสร้าง ส่วนสินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง

ขณะที่ การส่งออกรายตลาดพบว่าตลาดหลักเพิ่มขึ้น 3.5% โดยญี่ปุ่นเพิ่ม 3.1% สหรัฐอเมริกา 4.6% สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ 2.9% ตลาดศักยภาพสูงเพิ่มขึ้น 13.5 % ได้แก่ อาเซียนเพิ่ม 13.1% จีน 10.1% ฮ่องกง 40.9% เกาหลีใต้ 14% ไต้หวัน 19% ยกเว้นอินเดียลดลง 12.1% ตลาดศักยภาพระดับรองภาพรวมเพิ่มขึ้น 27.8% ได้แก่ ทวีปออสเตรเลียเพิ่ม 71.7% ตะวันออกกลาง 16.5% ทวีปแอฟริกา 18% ลาตินอเมริกา 22.3% สหภาพยุโรปสมาชิกใหม่ 10.5% รัสเซียและซีไอเอส 0.7% แคนาดา 0.7% 
 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ