posttoday
รัฐบาลดึงสังคม โดดเดี่ยวเสื้อแดง

รัฐบาลดึงสังคม โดดเดี่ยวเสื้อแดง

31 มีนาคม 2553

8...ทีมข่าวการเมือง

หลังการเจรจาแก้วิกฤตเสื้อแดงรอบสอง ภาพของรัฐบาลดูจะแจ่มชัดให้แง่ข้อเสนอ ความพยายามหาทางออกให้กับประเทศ

นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอ “พิมพ์เขียว” ยอมหั่นเวลาการสิ้นอายุรัฐบาลจาก 1 ปี 9 เดือน ที่ยังเหลือสำหรับการบริหารประเทศเหลือเพียง 9 เดือน ไม่ยาวไม่สั้นกว่านี้

โดยระหว่างนี้จะให้มีการทำประชามติว่าจะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นใดใน 6 ประเด็นตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ปฏิรูปการเมืองที่มี ดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี เป็นประธาน

ตารางเวลาในการอยู่ในอำนาจของรัฐบาล 9 เดือน ตามมติ 6 พรรครัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอน

หากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเห็นด้วยกับการยุบสภาปลายปี รัฐบาลก็จะเริ่มเดินหน้าตามแผน

เริ่มจากวันที่ 30 มี.ค. นำเสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อลงประชามติตามรัฐธรรมนูญ

ทบทวนอีกครั้ง 6 ประเด็นดังกล่าว ได้แก่ 1.ที่มาของ สส. เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นเขตเดียวคนเดียว ในมาตรา 9398

2.ปรับปรุงที่มาของ สว. ให้มาจากการเลือกตั้ง ในมาตรา 111121

3.ปรับปรุงเรื่องการลงนามในสนธิสัญญาไม่ต้องนำมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ในมาตรา 190

4.ปรับปรุงบทลงโทษยุบพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรครายใดทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็ให้ผิดรายตัวไม่ใช่ต้องยุบทั้งพรรค ในมาตรา 237

5.ให้ สส. สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ในมาตรา 265

6.ปรับปรุงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนของ สส. และ สว. ผ่านทางส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ มาตรา 266

จากนั้นวันที่ 5 เม.ย. นายกฯ จะไปพบกับประธานวุฒิสภาและประธานสภา เกี่ยวกับการทำประชามติพร้อมประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการทำประชามติ

4 ก.ค. เป็นวันลงประชามติว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นหรือไม่

11 ก.ค. จะประกาศผลประชามติ

13 ก.ค. จะเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบประเด็นที่ผ่านประชามติ และเสนออนุมัติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการแก้ไขในวันเดียวกัน

21 ก.ค. เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาในวาระแรก

22 ก.ค.21 ก.ย. ชั้นกรรมาธิการ การทำประชาพิจารณ์ และการรับฟังความเห็นของประชาชน

8 ต.ค. พิจารณาวาระ 3

30 ก.ค. จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ จากนั้นจะมีการพิจารณากฎหมายลูกต่างๆ

จากนั้น 6 ธ.ค. ประกาศยุบสภา และ 23 ม.ค. 2554 จะให้มีการเลือกตั้งใหม่

จบสุดท้ายมีการเลือกตั้งใหม่เดือน ม.ค. 2554

เป็นแผนชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอน...และมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะเดินหน้าไปตามกรอบนี้

ขณะที่ฝ่ายแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงยังเสียงแข็งต้องยุบสภาภายใน 15 วันเท่านั้น

โดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ให้เหตุผลว่า ข้อเสนอจะอยู่อีก 9 เดือน เหมือนรัฐบาลขอต่ออายุ เพราะกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ได้นานขนาดนั้น เพราะปัญหาภายในองค์กรต่างๆ ทั้งตำรวจ ทหาร มหาดไทย มีแต่ความเหลวแหลก และกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศเดินหน้าขับไล่ต่อไป โดยจะระดมใหญ่อีกครั้งในวันเสาร์ที่ 3 เม.ย.

เมื่อทั้งสองฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้ ก็จะต้องต่อสู้กันต่อไป

แต่การที่รัฐบาลเดินหน้าในกรอบ 9 เดือน ย่อมทำให้มวลชนอื่นๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดง หนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่

รัฐบาลสามารถชักชวนพลังต่างๆ ในสังคมให้มาพูดคุยว่า ควรยุบสภาใน 9 เดือนหรือไม่ โดยให้เหตุผลว่า ประเทศนี้เป็นคนของทุกคน ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องมีช่วยกันคิด ไม่ใช่ให้ใครมากดดันเอาตามใจ

นี่จึงเป็นอีกครั้งที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ใช้สังคมพิงเป็น “ตัวช่วย” และขีดวงกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับมามีอำนาจและฟอกผิดคดีทุจริต

เมื่อรัฐบาลสามารถดึงแนวร่วม ชิงพื้นที่กลางๆ ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดให้มาพูดคุยเรื่อง “กรอบเวลา” การยุบสภา โดยมีปมเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ การทำประชามติ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การทำจัดร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2554 มาเป็นเงื่อนไขให้ประเทศเดินหน้าได้

แนวร่วมออกโรงหนุน ซึ่งก็ช่วยเบรกพลังของม็อบกลุ่มคนเสื้อแดง ที่พยายามกดดันด้วยยุทธวิธีดาวกระจายให้หยุดชะงักระดับหนึ่ง

และแม้จากนี้กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวยกระดับ ขับเคลื่อนบนดินเข้มข้นขึ้น แต่ก็กดดันรัฐบาลไม่ได้มากกว่านี้แล้ว เมื่อทางออกของวิกฤตได้กลายเป็นเรื่อง “เวทีเจรจา” ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน

ฉะนั้น ภาระหนักจึงตกอยู่กับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะเวลานี้มวลชนเหนื่อยล้าเต็มทน เสบียงกรังก็เริ่มร่อยหรอ ทุกอย่างจึงบีบรัดเข้ามาทุกขณะ และวันเสาร์ที่ 3 เม.ย. ที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะชุมนุมใหญ่อีกครั้ง จะเป็นตัวพิสูจน์อนาคตกลุ่มคนเสื้อแดงและทักษิณ ว่าจะพ่ายแพ้รัฐบาลประชาธิปัตย์หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว