posttoday
ยิงคนขับรถรับส่งนร.รือเสาะดับต่อหน้าเด็ก

ยิงคนขับรถรับส่งนร.รือเสาะดับต่อหน้าเด็ก

17 มกราคม 2556

คนร้ายขับขี่รถจยย.ประกบยิงคนขับรถรับจ้างรับส่งนักเรียนรือเสาะเสียชีวิตต่อหน้าเด็ก

คนร้ายขับขี่รถจยย.ประกบยิงคนขับรถรับจ้างรับส่งนักเรียนรือเสาะเสียชีวิตต่อหน้าเด็ก

พ.ต.ต.หมัดอุเส็น เหมาะสนิ สารวัตรเวร สภ.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 08.10 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงคนขับรถรับจ้างรับ-ส่งนักเรียน เสียชีวิต 1 ราย บนถนนรอยต่อในหมู่บ้านสะโลว์ หมู่ 7 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน บฉ-9409 ปัตตานี จอดเสียหลักอยู่ริมถนน ในสภาพกระจกข้างฝั่งคนขับถูกกระสุนปืนจนแตกละเอียด ภายในรถพบศพนายปัณณวรรธ โต๊ะฝ้าย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126/6 หมู่ 7 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด .375 ที่แก้มขวา ชายโครงขวา และศรีษะ รวม 3 นัด นั่งจมกองเลือดคาพวงมาลัยรถ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายปัณณวรรธ ได้ขับรถยนต์กระบะรับจ้างรับ-ส่งนักเรียน ออกจากบ้านพัก เพื่อตระเวณรับเด็กนักเรียนจำนวน 12 คน ตามบ้านพัก และในระหว่างที่รับนักเรียนได้ 8 คนนั่น ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์.เป็นพาหนะ เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าประก่อน เพื่อให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ออกมาจ่อยิงใส่นายปัณณวรรธ จำนวน 3 นัดซ้อนต่อหน้าเด็กนักเรียนที่กำลังนั่งอยู่ท้ายกระบะรวม 8 คน จนเสียชีวิตคาที่ ทำให้เด็กนักเรียนต่างพากันหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวแล้วคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุได้วิ่งกรูออกมาช่วยนำเด็กนักเรียนที่อยู่ท้ายรถกระบะมาปลอบขวัญก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ทั้งนี้สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่ 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน