
ภารกิจเครมลิน
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ซานฟรานซิสโก ครอนิเคิล จับจ้องไปที่สถานการณ์ความมั่นคงในรัสเซียที่เดือดอีกครั้ง กับเหตุระเบิดพลีชีพ 2 ระลอก ที่สถานีรถไฟใต้ดินครั้งล่าสุด ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 38 คน
ซานฟรานซิสโก ครอนิเคิล ระบุว่า เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ผู้นำของกลุ่มกบฏมุสลิมติดอาวุธในแถบคอร์เคซัสเหนือ ได้ประกาศเจตนารมณ์ต้องการให้โลกได้รู้ว่า สงครามในเชชเนีย ไม่ได้เป็นสิ่งที่สามารถนั่งดูผ่านโทรทัศน์ได้
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ก็ได้เกิดเหตุวินาศกรรมกลางกรุงมอสโก ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 6 ปีเกิดขึ้น ทั้งที่รัฐบาลรัสเซียเคยประกาศชัยชนะเหนือเชชเนียไปแล้ว
หลังจากที่เกิดเหตุโจมตีหลายระลอกในกรุงมอสโกปี 1998
–2004 รัฐบาลรัสเซียได้ดำเนินนโยบายความมั่นคงอย่างแข็งกร้าวในเชชเนียมาโดยตลอด ก่อนจะประกาศชัยชนะในปี 2552ทว่าการประกาศของรัสเซียอาจเร็วเกินไป เพราะมีข่าวว่ามีกลุ่มกบฏใหม่ในเชชเนีย ที่อาจอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ และกลุ่มที่ว่าก็ยังมีเป้าหมายต่างจากกลุ่มกบฏเก่าๆ โดยต้องการเปลี่ยนเชชเนียให้เป็นรัฐอิสลาม
กลุ่มกบฏรุ่นใหม่ต้องการทำให้เกิดสงครามกองโจรในพื้นที่หัวใจสำคัญของรัสเซีย แทนที่รัฐบาลจะปราบปรามให้หนักเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา รัสเซียควรหันมาศึกษาคู่ต่อสู้ใหม่และพัฒนายุทธศาสตร์ใหม่ๆ เพื่อเอาชนะดีกว่า
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การก่อเหตุระเบิดสถานีรถไฟใต้ดินครั้งล่าสุด ได้สร้างความหวาดผวาไปยังชาวกรุงมอสโก และทำให้ผู้นำทั้งประธานาธิบดี ดิมิทรี เมดเวเดฟ และนายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน ประกาศแก้แค้นด้วยการกวาดล้างให้เรียบ
ความโกรธแค้นนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ ทว่ารัสเซียก็ต้องระวังไม่ให้ตกอยู่ในเกมที่กลุ่มกบฏวางเอาไว้ พวกเขายินดีที่จะยอมตายอย่างผู้กล้า ทว่าพวกเขาคงยากที่จะหาแนวร่วม หากรัสเซียสามารถพัฒนาเศรษฐกิจในเชชเนียให้ประชาชนอยู่ดีกินดีจนเลิกความคิดที่จะล้างแค้น







